นวัตกรรมกล้วย…สู่งานดีไซน์ วิถี “พอเพียง” ตามรายพ่อ

blog
นวัตกรรมกล้วย…สู่งานดีไซน์ วิถี “พอเพียง” ตามรายพ่อ

วิถี “พอเพียง” ตามรอยพ่อ

มรดกล้ำค่า ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่
พ่อของแผ่นดินมอบให้พวกเราคนไทยทุกคน

ความยั่งยืน และอยู่เย็นเป็นสุข

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำกำกับภาพแสดงความอุดมสมบูรณ์ของชาวไทยชนบทแวดล้อมไปด้วยท้องทุ่งเขียวขจี เสร็จจากเกี่ยวข้าวลงนาภูมิปัญญาชาวบ้านจะถูกหยิบยกกันขึ้นมาสร้างสรรค์ปรุงแต่งเป็นกิจกรรมยามว่างหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว บ้างจักสาน บ้างทอผ้า บ้างแกะสลัก ทุกๆ กิจกรรมล้วนสร้างสรรค์ รังสรรค์ขึ้นมาจากทรัพยากรใกล้ตัวในท้องถิ่น ทำเพื่อใช้ในครัวเรือน มีเหลือก็แจกจ่ายแบ่งปัน วิถีอุดมไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ  วิถีเหล่านั้นค่อยๆ เลือนหาย เลือนรางไปจากสังคมไทย เพราะอะไรกันหรือ ไขว้เขว ตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากอีกซีกโลก ภาวะวัตถุนิยมแผ่กระจายไปทุกหย่อมหญ้า จะดีหรือไม่ คำตอบคงไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายของใคร? เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งดี ถ้าเราเพียงรู้จักใช้เท่าที่จำเป็น รู้จักใช้ให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่เรามี

ศาสตร์และคำสอนของพระเจ้าอยู่หัวพยายามชี้ให้เราเห็นเป็นตัวอย่างให้เราดู โครงการหลวงหลายๆ โครงการ
พยายามนำร่องเป็นตัวอย่างให้เราตระหนัก และรู้อยู่อย่างพอเพียง มีอะไรก็ใช้สิ่งที่มี
หลีกเลี่ยงการไขว่คว้าสิ่งอำนวยที่เกินตัวที่เพียงแค่อำนวยให้เราสะดวกสบาย แสดงให้เห็นถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่รู้คุณค่า
และสร้างค่ากับสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น การอยู่เย็นเป็นสุขก็จะอยู่คู่กับเราตลอดไปอย่างยั่งยืน นั่นคือความหมายของคำว่า พอเพียง
ไม่ต้องวัดปริมาณให้เสมอเหมือน ไม่ต้องเปรียบเทียบมากกว่าหรือน้อยกว่า เพียงแค่ทำแล้ว อยู่แล้ว ใช้แล้วเพียงพอก็เป็นสุข

พยายามสอดแทรกและเดินตามอย่างเรื่อยๆ สม่ำเสมอสนับสนุนค้นคว้าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่แต่ดั้งเดิมมาต่อยอด
เช่น ชุมชนที่มีการนำเอากาบกล้วยมาใช้ประโยชน์ หลังตัดเครือกล้วยที่ให้ผลในการรับประทาน
ปลีกล้วยนำมาประกอบอาหารหรือเครื่องเคียงน้ำพริกพื้นบ้าน กาบกล้วยถูกนำมากรีดลอกผิวและนำไปตากแดดจนแห้ง
นำมาเป็นวัสดุทดแทนกระดาษต่อยอดไปเป็นสิ่งประดิษฐ์หลากหลายรูปแบบ
เริ่มต้นที่การฝีมือลูกหลานเพียงส่งครูในชั่วโมงเรียนการฝีมือ และแม่ๆ ป้าๆ นำมาต่อยอดเป็นงานฝีมือต่างๆ ใช้ประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ หารายได้เพิ่มเติมสู่ครัวเรือน

มองว่านี่คือหลักของปรัชญาพอเพียงที่เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ใช้ในสิ่งที่มี

ต้นกล้วย เป็นพืชที่อยู่คู่ชาวไทยมาช้านานเป็นพืชที่ปลูกง่ายโตไว เพียง 9 ถึง 12 เดือน ก็ออกเครือให้ผลให้เราได้ทาน
ทุกๆ ชิ้นส่วนของกล้วยใช้ประโยชน์ได้ ตั้งแต่ใบตองใช้เป็นภาชนะห่อหุ้มอาหารสดและแห้ง
ผลกล้วยมีคุณค่าอาหารและวิตามินสูง ปลีกล้วยนำมารับประทานได้ทั้งสด และประกอบเมนูอาหารได้
กาบกล้วย ต้นกล้วยสร้างเป็นงานประดิษฐ์งานฝีมือในพิธีการต่างๆ หรือแม้แต่เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง
ต้นกล้วยเมื่อลอกกาบออกแล้วเหลือไส้เล็กๆ เรียกว่าแกนลำต้น ยังสามารถนำมาทำประกอบอาหาร แกงส้มได้อร่อยนัก
ก้านกล้วยสมัยก่อนแพร่หลายเป็นม้าก้านกล้วยในหมู่เด็กผู้ชาย

จะเห็นได้ว่ากล้วยนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่ในปัจจุบันประโยชน์บางส่วนจากพืชชนิดนี้ได้ถูกมองข้ามไปโดยเฉพาะ ส่วนของลำต้น ซึ่งเป็น
ส่วนที่มีมากที่สุดและวัฏจักรวงจรชีวิตโดยธรรมชาติของต้นกล้วยหลังจากออกเครือให้ผลแล้ว จะล้มตายเป็นขยะที่ไม่ปรารถนาโดยปริยาย
การส่งเสริมให้มีการนำกาบกล้วยวัสดุที่หาง่าย และมีอยู่รอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์
เป็นการใช้สิ่งที่เรามีและคนอื่นจากอีกซีกโลกไม่มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์

ในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการใช้ในตลาด (Demand) ให้มีคุณค่าและมูลค่าจะตามมา
ดังเช่น สมุดกาบกล้วย (Memory book) วัสดุที่มีผิวสัมผัสเฉพาะมีลักษณะรูปลักษณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนที่ใดในโลก รังสรรค์
ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายตามรสนิยมของคนอีกซีกโลก สร้างความตื่นตาเป็นที่สนใจด้วยหลักง่ายๆ คือเขาไม่มีและไม่เคยเห็นวัสดุประเภทนี้
เป็นที่ฮือฮาจนได้รับรางวัลระดับประเทศ Design Excellent Award (Demark) ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
และผลงานออกแบบระดับสากล Good Design Award (Gmark) จากประเทศญี่ปุ่น
ส่งผลให้ได้รับการตอบรับของตลาด จนสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชนท้องถิ่นดำรงชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขในท้องที่ ในชุมชนของตนเอง
และนั่นคือหนึ่งของแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ตามศาสตร์ของพระราชานั่นเอง

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

 

เรื่อง / ภาพ :  อาจารย์ฮัดสัน สิริสุวพงศ์