บ้านคอนเทนเนอร์สีขาว

blog
บ้านคอนเทนเนอร์สีขาว

เข้าใจให้ถึงแก่น…

เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุด

อะไรคือ เสน่ห์ของตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่ถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่
โดยสื่อสารผ่านบ้านหลังหนึ่ง ที่เดิมทีตั้งใจจะสร้างไว้
เพื่อพักอาศัยชั่วคราว ระหว่างรอสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จ
แต่ในเมื่อ นี่คือการนำตู้คอนเทนเนอร์เก่ามาออกแบบ
คุณชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล สถาปนิก ถึงกับเอ่ยปาก
บอกกับเจ้าของบ้านผู้เป็นเพื่อนรักว่า…งานนี้ค่าออกแบบไม่ขอรับ
แต่ขอทำตามแนวคิดของเขาได้หรือไม่…???

เริ่มจากภายในสู่ภายนอก

เมื่อข้อตกลงบรรลุผลตามตั้งใจ คุณชาญวิทย์ ก็เริ่มสนุกสนานไปกับสเปซของตู้คอนเทนเนอร์ ที่ไม่ว่าจะเรียงต่อซ้อนกันอย่างไรก็ได้สเปซที่น่าสนใจไม่รู้จบจริงๆ

ผมเริ่มต้นออกแบบบ้านหลังนี้จากฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการก่อน เน้นความสัมพันธ์ของคนทุกคนในบ้าน โดยเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลางที่ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ส่วนพักผ่อนอเนกประสงค์ รับประทานอาหาร และส่วนครัว ว่าต้องการใช้พื้นที่เท่าไหร่ ก่อนจะไล่เรียงไปพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่เก็บของส่วนตัว ที่ลูกบางคนชอบสะสมรองเท้า หรือคุณแม่ชอบซื้อของใช้ในบ้านเก็บไว้มากมายไม่ต่างจากซูเปอร์สโตร์ หรือคุณพ่อชอบตีกอล์ฟ ก็ต้องมีพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์กอล์ฟ

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นรายละเอียดที่ต้องใส่ใจตั้งแต่ก่อนเริ่มทำการออกแบบ และคิดให้ครบก่อนที่จะนำไปสู่การนำตู้คอนเทนเนอร์มาตอบโจทย์สเปซที่ต้องการอย่างไร และต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนกี่ตู้ ซึ่งพอแบบเสร็จสมบูรณ์ ผลสรุปบ้านหลังนี้ผมใช้ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 15 ตู้ ขนาดเดียวกันทั้งหมด”

หลักการจัดวางพื้นที่บ้านหลังนี้ ใช้หลักการเดียวกับบ้านเรือนไทยโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นตัวอาคารหรือห้องที่เราต้องการพื้นที่ใช้สอย และเชื่อมส่วนต่างๆ ด้วยชานบ้านที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ และเป็นทั้งทางเดินเชื่อมพื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านให้มีความสัมพันธ์ถึงกันทุกส่วน รวมไปถึงการถ่ายเทอากาศภายในบ้าน ให้ลมเข้ามาและคลายความร้อนออกไป นี่คือหลักการที่ผมนำมาใช้กับการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนของตู้คอนเทนเนอร์ที่หลายคนกังวล และพยายามใช้วิธีป้องกันความร้อนมากกว่าใช้ธรรมชาติจัดการกันเอง

ตู้คอนเทนเนอร์เป็นวัสดุเหล็ก ซึ่งเหล็กนำพาความร้อนเร็ว แต่ไม่สะสมและคลายความร้อนได้เร็วเช่นเดียวกัน ผมใช้วิธีการออกแบบที่กำหนดทิศทางให้ลมเข้ามาภายในบ้านในทุกส่วน ทุกมุม และนำบล็อกช่องลมมาใช้ในการออกแบบ เพื่อช่วยเรื่องการถ่ายเทของลมภายในบ้านจึงมีการคลายความร้อนที่ดี และด้วยหลักการแบบบ้านเรือนไทยที่แม้จะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ผลที่ได้ก็ไม่ต่างจากเรือนไทยที่สร้างด้วย
วัสดุไม้ ภายในบ้านหลังนี้จึงเย็นสบาย โดยที่ไม่ต้องกรุผนังตู้คอนเทนเนอร์ หรือฉีดโฟมเพื่อกันความร้อน และยังคงเสน่ห์ของความเป็นตู้คอนเทนเนอร์อย่างเด่นชัด”

บล็อกช่องลม ที่ช่วยทั้งในเรื่องของงานดีไซน์ที่สวยงาม
แล้วยังช่วยเรื่องประโยชน์ใช้สอยในการระบาย
ถ่ายเทอากาศ และลมที่พัดผ่านเข้าออกภายในบ้าน
ช่วยให้บ้านเย็นสบายตลอดวัน

เก็บทุกรายละเอียดเพื่อความสมบูรณ์

“การนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ในการออกแบบบ้านโดยหลักการทั่วไป คือต้องการความเร็วและประหยัดงบประมาณ แต่บางทีก็ไม่เสมอไป
เพราะบ้านต้องการความละเอียดเพื่อการอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่ชั่วคราว
การปรับแต่งตู้คอนเทนเนอร์เก่าให้มีสภาพที่ดีก็ต้องใช้เวลา ส่วนช่วงการขึ้นโครงสร้างจะรวดเร็ว เพราะนำมาตั้งและเรียงต่อซ้อนกันไปตามแบบที่เรากำหนดไว้
แต่จะใช้เวลาค่อนข้างมากกับรายละเอียดงานระบบไฟฟ้าและการเดินท่อต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องสายไฟ
เพราะด้วยความสูงของตู้คอนเทนเนอร์ที่จำกัดเพียง 2.40 เมตร ไม่สามารถทำฝ้าเพื่อเก็บซ่อนงานระบบเหล่านี้ได้
เพราะความสูงของห้องก็จะลดลงมาอีกซึ่งอาจทำให้รู้สึกอึดอัดกับสเปซที่จำกัด รวมไปถึงการเจาะเพื่อเดินท่อ
เพราะการกรีดเจาะพื้นหรือผนังของตู้คอนเทนเนอร์ก็จะมีผลต่อความแข็งแรง เพราะตู้คอนเทนเนอร์ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงในตัวเอง
เพื่อรองรับการวางซ้อนกันหลายๆ ตู้ได้ พอตัดผนังออก ความแข็งแรงที่ช่วยรองรับรับน้ำหนักก็ไม่เพียงพอ ต้องเสริมโครงเหล็กเข้าไปทดแทน”

พื้นที่ส่วนกลางที่เปิดเชื่อมถึงกันเป็นโถงกว้างและโล่ง
ประกอบด้วยส่วนครัวทำอาหารเบาๆ
ส่วนพักผ่อนอเนกประสงค์ รับประทานอาหาร
และด้วยสเปซที่เปิดโล่ง ทำให้บ้านนี้กลายเป็นศูนย์รวม
ญาติสนิท มิตรสหายมารวมตัวกันเป็นประจำ
และกลายเป็นที่สังสรรค์ของครอบครัว รวมไปถึง
เพื่อนฝูงมากมาย เพราะสามารถรองรับคน
ได้มากมายทีเดียว

 

“ส่วนห้องน้ำ ผมเลือกที่จะต่อเติมออกแบบโดยใช้โครงสร้างที่ต่อเติมออกไปเพื่อสะดวก
ต่อการเดินระบบบท่อต่างๆ และไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นภายในห้องน้ำ การดูแลรักษาก็ง่ายในระยะยาว”

แม้จะเป็นงานแรกของคุณชาญวิทย์ ที่ทำงานออกแบบโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นโครงสร้างหลัก แต่ก็เป็นงานที่ลงลึกในรายละเอียดมากที่สุดงานหนึ่ง ที่คุณชาญวิทย์ เล่าให้ฟังได้อย่างละเอียด เพราะใช้เวลาอยู่กับไซต์งานค่อนข้างมากเพื่อเรียนรู้ไปกับช่างและคิดหาวิธีการทำเพื่อตอบโจทย์งานออกแบบให้มีความสมบูรณ์ด้วย

ห้องน้ำที่ใช้วิธีการต่อเติมเพิ่มออกไปจากตัวตู้คอนเทนเนอร์ที่เป็นโครงสร้างหลัก ทำให้ได้สเปซของช่องแสงจากด้านบนและใส่ธรรมชาติเข้าไปในห้องน้ำด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มความสดชื่น และรับแสงธรรมชาติ

ส่วน Walk In Closet ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินใช้วัสดุไม้สีธรรมชาติเพื่อความรู้สึกอบอุ่นสบายๆ ตัวตู้คอนเทนเนอร์ทาสีขาว และยังคงพื้นผิวเดิมไม่มีการกรุผนังทับอีกชั้น ห้องนอนที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาต่อกันเพื่อเพิ่มสเปซของห้องให้เพียงพอต่อการใช้สอยพื้นที่ สีขาวช่วยให้ภายในดูโปร่ง และสว่าง ทำให้รู้สึกว่าห้องดูกว้างขวาง

“ช่วงที่ผมเรียนและเริ่มทำงานในเส้นทางการประกอบวิชาชีพสถาปนิก อาจารย์วิทวัชช์ เจริญพงศ์ จะปลูกฝังความคิดให้มาตลอดว่า แม้เราตายไปจากโลกนี้แล้ว แต่งานที่เราออกแบบไว้นั้นจะยังคงอยู่ หากเราทำได้ดีก็จะมีเสียงชื่นชมจากผู้ที่ได้พบเห็น หากเราทำไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบต่องานชิ้นนั้น มันก็จะประจานเราไปพร้อมเสียงตำหนิติเตียนที่ไม่รู้จบ คุณจะเลือกเป็นสถาปนิกแบบไหน จากคำสอนเหล่านี้ทำให้ผมต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของงานทุกชิ้น เพื่อให้คนที่ใช้ประโยชน์จากงานออกแบบของเรามีความสุข ซึ่งถ้าเขาอยู่ในบ้านที่เราออกแบบแล้วมีความสุข คนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมบ้านต่างชื่นชม เจ้าของบ้านก็ยิ่งมีความสุข ก็ถือว่างานชิ้นนั้นสอบผ่าน สบายใจได้”

และจากบ้านที่คิดว่าจะสร้างไว้พักอาศัยชั่วคราวก็กลายเป็นบ้านพักอาศัยแบบถาวร และอยู่สบายได้จริง ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างถึงแก่นของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ ชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล

 

เจ้าของ : คุณชุติพร-คุณพงษ์พันธ์ ชอบขาย

สถาปนิก : คุณชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล

(Wish Architect Design Studio)

www.facebook.com/wisharchitectdesignstudio

ภาพ : เชาวฤทธิ์ พูลผล