บ้านคอนเทนเนอร์สีขาว

blog
บ้านคอนเทนเนอร์สีขาว

 

เข้าใจให้ถึงแก่น…

เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุด

 

 

เจ้าของ : คุณชุติพร-คุณพงษ์พันธ์ ชอบขาย

สถาปนิก : คุณชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล

(Wish Architect Design Studio)

www.facebook.com/wisharchitectdesignstudio

ภาพ : เชาวฤทธิ์ พูลผล

 

 

อะไรคือ เสน่ห์ของตู้คอนเทนเนอร์เก่าที่ถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่

โดยสื่อสารผ่านบ้านหลังหนึ่ง ที่เดิมทีตั้งใจจะสร้างไว้

เพื่อพักอาศัยชั่วคราว ระหว่างรอสร้างบ้านหลังใหม่เสร็จ

แต่ในเมื่อ นี่คือการนำตู้คอนเทนเนอร์เก่ามาออกแบบ

คุณชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล สถาปนิก ถึงกับเอ่ยปาก

บอกกับเจ้าของบ้านผู้เป็นเพื่อนรักว่า…งานนี้ค่าออกแบบไม่ขอรับ

แต่ขอทำตามแนวคิดของเขาได้หรือไม่…???

 

 

เริ่มจากภายในสู่ภายนอก เมื่อข้อตกลงบรรลุผลตามตั้งใจ คุณชาญวิทย์ ก็เริ่มสนุกสนานไปกับสเปซของตู้คอนเทนเนอร์ ที่ไม่ว่าจะเรียงต่อซ้อนกันอย่างไร ก็ได้สเปซที่น่าสนใจไม่รู้จบจริงๆ

ผมเริ่มต้นออกแบบบ้านหลังนี้จากฟังก์ชั่นพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการก่อน เน้นความสัมพันธ์ของคนทุกคนในบ้าน โดยเริ่มจากพื้นที่ส่วนกลางที่ทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ส่วนพักผ่อนอเนกประสงค์ รับประทานอาหาร และส่วนครัว ว่าต้องการใช้พื้นที่เท่าไหร่ ก่อนจะไล่เรียงไปพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่เก็บของส่วนตัว ที่ลูกบางคนชอบสะสมรองเท้า หรือคุณแม่ชอบซื้อของใช้ในบ้านเก็บไว้มากมายไม่ต่างจากซูเปอร์สโตร์ หรือคุณพ่อชอบตีกอล์ฟ ก็ต้องมีพื้นที่จัดเก็บอุปกรณ์กอล์ฟ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นรายละเอียดที่ต้องใส่ใจตั้งแต่ก่อนเริ่มทำการออกแบบ และคิดให้ครบก่อนที่จะนำไปสู่การนำตู้คอนเทนเนอร์มาตอบโจทย์สเปซที่ต้องการอย่างไร และต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์จำนวนกี่ตู้ ซึ่งพอแบบเสร็จสมบูรณ์ผลสรุปบ้านหลังนี้ผมใช้ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 15 ตู้ ขนาดเดียวกันทั้งหมด”

“หลักการจัดวางพื้นที่บ้านหลังนี้ ใช้หลักการเดียวกับบ้านเรือนไทย โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นตัวอาคารหรือห้องที่เราต้องการพื้นที่ใช้สอย และเชื่อมส่วนต่างๆ ด้วยชานบ้านที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ และเป็นทั้งทางเดินเชื่อมพื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านให้มีความสัมพันธ์ถึงกันทุกส่วน รวมไปถึงการถ่ายเทอากาศภายในบ้าน ให้ลมเข้ามา และคลายความร้อนออกไป นี่คือหลักการที่ผมนำมาใช้กับการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนของตู้คอนเทนเนอร์ที่หลายคนกังวล และพยายามใช้วิธีป้องกันความร้อนมากกว่าใช้ธรรมชาติจัดการกันเอง 

ตู้คอนเทนเนอร์เป็นวัสดุเหล็ก ซึ่งเหล็กนำพาความร้อนเร็ว แต่ไม่สะสมและคลายความร้อนได้เร็วเช่นเดียวกัน ผมใช้วิธีการออกแบบที่กำหนดทิศทางให้ลมเข้ามาภายในบ้านในทุกส่วน ทุกมุม และนำบล็อกช่องลมมาใช้ในการออกแบบ เพื่อช่วยเรื่องการถ่ายเทของลมภายในบ้านจึงมีการคลายความร้อนที่ดี และด้วยหลักการแบบบ้านเรือนไทยที่แม้จะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ผลที่ได้ก็ไม่ต่างจากเรือนไทยที่สร้างด้วยวัสดุไม้ ภายในบ้านหลังนี้จึงเย็นสบาย โดยที่ไม่ต้องกรุผนังตู้คอนเทนเนอร์ หรือฉีดโฟมเพื่อกันความร้อน และยังคงเสน่ห์ของความเป็นตู้คอนเทนเนอร์อย่างเด่นชัด” เก็บทุกรายละเอียดเพื่อความสมบูรณ์

 

 

“การนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ในการออกแบบบ้าน โดยหลักการทั่วไป คือต้องการความเร็วและประหยัดงบประมาณ แต่บางทีก็ไม่เสมอไป เพราะบ้านต้องการความละเอียดเพื่อการอยู่อาศัยจริง ไม่ใช่ชั่วคราว การปรับแต่งตู้คอนเทนเนอร์เก่าให้มีสภาพที่ดีก็ต้องใช้เวลา ส่วนช่วงการขึ้นโครงสร้างจะรวดเร็ว เพราะนำมาตั้งและเรียงต่อซ้อนกันไปตามแบบที่เรากำหนดไว้ แต่จะใช้เวลาค่อนข้างมากกับรายละเอียดงานระบบไฟฟ้าและการเดินท่อต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องสายไฟ เพราะด้วยความสูงของตู้คอนเทนเนอร์ที่จำกัดเพียง 2.40 เมตร ไม่สามารถทำฝ้าเพื่อเก็บซ่อนงานระบบเหล่านี้ได้

 

 

เพราะความสูงของห้องก็จะลดลงมาอีก ซึ่งอาจทำให้รู้สึกอึดอัดกับสเปซที่จำกัด รวมไปถึง การเจาะเพื่อเดินท่อ เพราะการกรีดเจาะพื้นหรือผนังของตู้คอนเทนเนอร์ก็จะมีผลต่อความแข็งแรง เพราะตู้คอนเทนเนอร์ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงในตัวเอง เพื่อรองรับการวางซ้อนกันหลายๆ ตู้ได้ พอตัดผนังออก ความแข็งแรงที่ช่วยรองรับรับน้ำหนักก็ไม่เพียงพอ ต้องเสริมโครงเหล็กเข้าไปทดแทน”

“ส่วนห้องน้ำ ผมเลือกที่จะต่อเติมออกแบบโดยใช้โครงสร้างที่ต่อเติมออกไปเพื่อสะดวก ต่อการเดินระบบบท่อต่างๆ และไม่ต้องกังวล เรื่องความชื้นภายในห้องน้ำ การดูแลรักษาก็ง่ายในระยะยาว” แม้จะเป็นงานแรกของคุณชาญวิทย์

 

 

ที่ทำงานออกแบบโดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์เป็นโครงสร้างหลัก แต่ก็เป็นงานที่ลงลึกในรายละเอียดมากที่สุดงานหนึ่ง ที่คุณชาญวิทย์เล่าให้ฟังได้อย่างละเอียด เพราะใช้เวลาอยู่กับไซต์งานค่อนข้างมากเพื่อเรียนรู้ไปกับช่าง และคิดหาวิธีการทำเพื่อตอบโจทย์งานออกแบบให้มีความสมบูรณ์ด้วย

“ช่วงที่ผมเรียนและเริ่มทำงานในเส้นทางการประกอบวิชาชีพสถาปนิก อาจารย์วิทวัชช์ เจริญพงศ์ จะปลูกฝังความคิดให้มาตลอดว่า แม้เราตายไปจากโลกนี้แล้ว แต่งานที่เราออกแบบไว้นั้นจะยังคงอยู่ หากเราทำได้ดีก็จะมีเสียงชื่นชมจากผู้ที่ได้พบเห็น หากเราทำไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบต่องานชิ้นนั้น มันก็จะประจานเราไปพร้อมเสียงตำหนิติเตียนที่ไม่รู้จบ คุณจะเลือกเป็นสถาปนิกแบบไหน จากคำสอนเหล่านี้ทำให้ผมต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของงานทุกชิ้น เพื่อให้คนที่ใช้ประโยชน์จากงานออกแบบของเรามีความสุข ซึ่งถ้าเขาอยู่ในบ้านที่เราออกแบบแล้วมีความสุข คนที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมบ้านต่างชื่นชม เจ้าของบ้านก็ยิ่งมีความสุข ก็ถือว่างานชิ้นนั้นสอบผ่าน สบายใจได้”

และจากบ้านที่คิดว่าจะสร้างไว้พักอาศัยชั่วคราวก็กลายเป็นบ้านพักอาศัยแบบถาวร และอยู่สบายได้จริง ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างถึงแก่นของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ ชาญวิทย์ อนันต์วัฒนกุล