เปิดตัวคณะกรรมการ 3 ท่านแรก ของ บมจ. แอสเซทไวส์

blog
เปิดตัวคณะกรรมการ 3 ท่านแรก ของ บมจ. แอสเซทไวส์

รู้จักกับคณะกรรมการ 3 ท่านแรกของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ผู้มีประสบการณ์ในหลากหลายด้านและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ประกอบไปด้วย

– ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์ ผู้เชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ การวัดผลองค์กรและการวัดผลงานตนเองในการดำเนินชีวิต นักอ่าน-นักเขียนตัวยง และมือหนึ่งด้านการวัดผลความสำเร็จขององค์กรด้วย OKRs (Objective and Key Results)

– คุณสุเชฏฐ์ ฤทธีภมร ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้า และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง ‘ThinkOfLiving’ เว็บไซต์อสังหาอันดับหนึ่งของไทย

– คุณธิดารัตน์ กาญจนาวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ และที่ปรึกษด้านกลยุทธ์ นโยบายและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานทรัพยากรบุคคล


OKRs” กับ “ภารกิจพาองค์กรสู่ดวงจันทร์” ของ ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์

เมื่อจุดเริ่มต้นของความสำเร็จขององค์กรคือ “เป้าหมาย” และสิ่งที่เป้าหมายเหล่านั้นควรมีก็คือ ความชัดเจน การทำตามขั้นตอนที่ผ่านกระบวนการคิดทบทวนไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ที่สำคัญ เป้าหมายที่จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจะต้องมี “การวัดผลลัพธ์” ได้อย่างแม่นยำ และนั่นก็เป็นสูตรสำเร็จของหนึ่งในนักคิดระดับประเทศ ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์ ผู้เชี่ยวชาญในการวางกลยุทธ์ การวัดผลองค์กรและการวัดผลงานตนเองในการดำเนินชีวิต นักอ่าน-นักเขียนตัวยง และมือหนึ่งด้านการวัดผลความสำเร็จขององค์กรด้วย OKRs (Objective and Key Results) กุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดแห่งยุคนี้

• มือหนึ่งด้านการวัดผลความสำเร็จขององค์กร!
ประสบการณ์ทำงานกว่า 27 ปี ทำให้ ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์ ก้าวขึ้นแท่นลำดับต้น ๆ ของไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการกำหนดกลยุทธ์และการวัดผลองค์กร ด้วยพื้นฐานการศึกษาจากระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท Chemical Engineering จาก Oregon State University ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาโท MBA จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาเอก Business and Management จาก University Of Glasgow สหราชอาณาจักร บวกรวมกับประวัติการทำงานที่น่าสนใจ โดยเริ่มจากอาชีพวิศวกร ก่อนจะรับหน้าที่นักวิเคราะห์และวางแผน สู่ปัจจุบันกับบทบาทศาสตราจารย์ประจำสาขาการบริหารการปฏิบัติการ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนั้น ยังเป็นนักเขียน Bestseller หลายเล่ม อาทิ ความลับของการวัดผล พัฒนาองค์กรและชีวิตด้วยแนวคิด OKRs และ Personal OKRs ฯลฯ เป็นเจ้าของ Facebook Fanpage และ Podcast ชื่อดัง “Nopadol’s Story” และวิทยากรรับเชิญ ที่ได้รับการขนานนามว่า “มือหนึ่งด้านการวัดผลความสำเร็จขององค์กร” ที่น่าจับตาที่สุดคนหนึ่งของประเทศ!

• ภารกิจสู่ดวงจันทร์ กับ OKRs
หนึ่งในความเชี่ยวชาญมากที่สุดของ ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์ คือ OKRs หรือ O = Objective (วัตถุประสงค์) และ KR = Key Results (ผลลัพธ์หลัก) เครื่องมือในการตั้งเป้าหมายและกำหนดตัววัดผลความสำเร็จขององค์กร ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสูตรสำเร็จแห่งยุคเทคโนโลยีที่เร่งสปีดอย่างแท้จริง OKRs คือกรอบการทำงานที่เน้น “การตั้งเป้าหมาย” ในองค์กร บวกกับการติดตามว่าจะทำยังไงให้ไปถึงเป้าหมายนั้น “ผลลัพธ์หลัก” ของ OKRs คล้าย ๆ กับ KPI (การวัดความสำเร็จเป็นตัวเลขในเชิงปริมาณ) แตกต่างกันตรงที่เป้าหมายของ OKRs คือการแถลงการณ์ความมุ่งมั่นและทิศทางเฉพาะในสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เช่น เราจะไปดวงจันทร์ (O = Objective) ผลลัพธ์หลัก (KR = Key Result) จะบอกเราว่า เราจะทราบได้อย่างไรว่าเราบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เราจะไปอย่างไร ไปให้ถึงตอนไหน และจะได้อะไรกลับมาด้วยหรือไม่ โดยมีการวัดผลที่ชัดเจน เช่นเดียวกันกับเป้าหมายที่ต้องการให้องค์กรประสบความสำเร็จ ดังนั้น ควรจะต้องทำอะไรบ้าง เติบโตแค่ไหน ทิศทางใด และอย่างไร โดยระบบการวัดผลของ OKRs คือมีเป้าหมายน้อยลงเอาเฉพาะที่สำคัญที่สุดเท่านั้น ปรับตัวเร็วขึ้น และวัดผลเร็วขึ้น ยืดหยุ่นมากขึ้น ถ้า OKRs ไม่ได้ตอบสนองความสำเร็จขององค์กรหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็สามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา ซึ่งเปิดโอกาสให้คนได้ปรับตัว ตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้น OKRs ยังวัดกันที่ผลกระทบของการกระทำนั้น ไม่ว่าจะถึงเป้าที่ตั้งไว้หรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะเห็นคนกล้าตั้งเป้าที่นอกกรอบและท้าทายมากขึ้น ทุกคนจะเห็นลำดับความสำคัญความรับผิดชอบของแต่ละคนอย่างชัดเจน และจะลงมือทำให้ประสบความสำเร็จในแต่ละไตรมาส และแน่นอนว่า OKRs ใช้ได้กับทุกองค์กร ขึ้นอยู่กับปรัชญาของผู้บริหารว่า กล้าปล่อยให้พนักงานคิดได้มากแค่ไหน!

• ตั้งเป้าหมายให้ทันโลก Top Secret ความสำเร็จปีนี้ ปีหน้า และอนาคต
โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก และอนาคตคือสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้…การวางแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรที่เคยวางไว้ 5 ปี แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันที่หลายอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว การวางแผนระยะยาวจึงไม่ใช่แนวทางแห่งความสำเร็จอีกต่อไป และเป็นที่มาของ “ยุทธศาสตร์แบบปรับตัว” แทนที่ การตั้งเป้าหมาย OKRs ในระดับสูงที่นำไปใช้ทั้งองค์กร ควรปรับให้ทันทุกไตรมาส จะต้องทบทวน ปรับเปลี่ยน ซึ่งจะกระตุ้นให้ทุกคนในองค์กรคิดร่วมกัน ในเชิงยุทธศาสตร์ และต้องคิดว่าลูกค้าให้คุณค่ากับเรื่องใด จะเรียนรู้จากคุณค่าของลูกค้าได้อย่างไร

นอกจากนั้น การอบรมให้พนักงานตั้งเป้าของตัวเอง จนถึงการเชื่อมโยงกับเป้าหมายของบริษัท การวางแผนและวัดผลกลยุทธ์สู่การเติบโตขององค์กร ผ่านการวางกลยุทธ์ให้พนักงาน ไปสู่การวางกลยุทธ์ถึงองค์กร เพราะความสำเร็จของพนักงานคือความสำเร็จขององค์กร

• ยุคของการทำงานที่ยืดหยุ่น สร้างการมีส่วนร่วม
OKRs คือการทำงานที่ยืดหยุ่น สร้างการมีส่วนร่วมมากกว่า ตอบสนองเป้าหมายของแต่ละคน เท่ากับการกระตุ้นให้แต่ละคนทำให้ได้ตามเป้าหมายของตัวเอง มีความหมายต่อพนักงานมากกว่าในแง่ที่ต้องคิดว่าทำไมต้องทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือพวกเขาควรจะต้องทำอะไรเพื่อให้สนับสนุนยุทธศาสตร์ ส่งผลให้การปรับวัฒนธรรมองค์กรครั้งใหญ่ ซึ่งหมายความว่า ต้องปรับวัฒนธรรมองค์กร ขอให้คนทำงานใส่ความคิด ความต้องการลงไปในทีมที่กำลังทำงานร่วมกัน นอกจากนั้น การสั่งการจากเจ้านายสู่ลูกน้องแบบบนลงล่างมันใช้ไม่ได้ผลแล้วในปัจจุบันที่โลกซับซ้อนมากขึ้น เราต้องหาวิธีการมีส่วนร่วมทั้งบนลงล่าง และล่างขึ้นบน ควรฟังความคิดเห็นของสมาชิกในทีม ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กร เน้นเรื่องการทำงานเป็นทีมที่สอดคล้องกัน เปิดโอกาสให้พนักงานคิด คิดแล้วต้องตอบโจทย์ OKRs ของผู้บริหาร ความสอดคล้องกันก็จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แล้วการทำงานเป็นทีมก็จะง่าย และสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้

• OKRs ก็ใช้พัฒนาตนเองได้
OKRs เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ ศ.ดร.นภดล ร่มโพธิ์ ใช้พัฒนาตัวเองมาตลอด ข้อดีประการหนึ่งในการใช้กับชีวิตประจำวันคือ อะไรที่เราตั้งเป้าไว้ชัดและวัดผลได้ ส่วนใหญ่จะทำได้สำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น คนที่ไม่ชอบการออกกำลังกาย เริ่มจากการตั้ง Objective ง่าย ๆ เช่น จะมีสุขภาพดี จะต้องออกกำลังกาย จะวิ่งให้ได้ปีละ 1,200 กิโลเมตร เดือนละ 100 กิโลเมตร เมื่อเริ่มมีการติดตาม มีการวัดผล สุดท้ายแล้วจะคนที่เคยไม่ชอบออกกำลังกายก็สามารถทำได้ในที่สุด

ปัจจุบัน ศ.ดร. นภดล ร่มโพธิ์ ดำรงตำแหน่งดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และประธานกรรมการบรรษัทภิบาล ของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) และยังให้คำแนะนำปรึกษาด้านการวัดและประเมินผลงาน และการวางแผนการดำเนินการกับทีมผู้บริหาร AssetWise ทำให้เป้าหมายความสำเร็จของพนักงานและขององค์กรเป็นหนึ่งเดียวกัน


 

สร้างทัพให้แข็งแกร่ง ตามแนวทางของ…ธิดารัตน์ กาญจนวัตน์ ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน แห่ง “แอสเซทไวส์”

หนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จก็คือ “ทรัพยากรมนุษย์” ที่ไม่ใช่เพียงแค่คนหนึ่งคนกับหนึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ แต่ต้องเป็น “ทีมงาน” ที่ประสานมือกันเพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การหาทีมงานที่ดี คือการเฟ้นหาจิ๊กซอว์ที่ต่อเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ดังเช่นมุมมองของ คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ ที่ไม้เด็ดเคล็ดลับของเธอเหล่านี้ เคยพิสูจน์มาแล้วว่า สามารถคว้าความสำเร็จระดับแถวหน้าไว้ได้อย่างอยู่หมัดมาแล้วมากมาย!

• สายตาเฉียบแหลม กับประสบการณ์ HR กว่า 20 ปี

คุณธิดารัตน์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในสายงาน HR และเป็นบุคคลสำคัญของวงการที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่เป็นปัจจัยความสำเร็จขององค์กรยักษ์ใหญ่มาแล้วมากมาย ด้วยดีกรีปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประสบการณ์อันยาวนานกว่า 20 ปี คุณธิดารัตน์เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอเด็คโก้กรุ๊ปประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทรัพยากรบุคคลข้ามชาติ ทำหน้าที่ดูแลธุรกิจของบริษัทด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการจัดหา จัดจ้าง งานพัฒนาบุคลากร รวมถึงงานในการจัดหาผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ตั้งแต่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง งานด้านไอที ด้านวิศวกรรม และด้านภาษาญี่ปุ่น นอกจากนั้น คุณธิดารัตน์ยังมีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาทางกลยุทธ์ นโยบายและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานทรัพยากรบุคคล รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาด้านสายงานอาชีพให้กับทั้งบริษัทต่าง ๆ และผู้สมัครงาน ซึ่งมักจะได้รับคำเชิญให้เป็นที่ปรึกษาหรือวิทยากรรับเชิญให้กับสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจชั้นนำ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงาน การเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน การพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในสายงานอาชีพอยู่เสมออีกด้วย

• สร้างคนเก่ง เน้นคนที่เข้ากับองค์กร

กลยุทธ์การเฟ้นหาบุคลากรของคุณธิดารัตน์อยู่บนความเชื่อที่ว่า “การหาคนมาร่วมงานกับองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่หาคนเก่ง แต่ต้องหาคนที่เข้ากับองค์กร” ซึ่งนั่นจะเป็นที่มาของ “ทีมงาน” ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง โดยการหาคนที่มีสไตล์ ทัศนคติ มุมมองการทำงาน และเป้าหมายเดียวกันนั้น ที่สำคัญต้องเข้ากับบุคลิกขององค์กรนั้น ๆ เมื่อพนักงานเข้าใจแก่นแท้แนวคิดและวิสัยทัศน์ของบริษัท ก็จะช่วยให้การทำงานง่ายมากขึ้น นอกจากนั้น ยังสามารถเสริม “ความเก่ง” ด้วยการฝึกอบรมพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงาน พร้อมส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างต่อเนื่อง ทุกคนก็จะมีใจรักในการทำงาน และการสร้างความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาอีกต่อไป

• แบรนด์ที่ดี มาจากหลังบ้านที่มั่นคง

คุณธิดารัตน์ยังเชื่ออีกว่า แบรนด์ที่ดีไม่ใช่ให้ความสำคัญเพียงแค่ผลประกอบการ แต่การลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลโดยเฉพาะการดูแลพนักงานรอบด้านแบบ 360 องศา เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้องค์กรได้มาซึ่งผลประกอบการที่สวยงาม ยกตัวอย่างเช่น ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกคนต้องเผชิญกับความเครียด บริษัทอาจจะเพิ่มแผนสวัสดิการหรือการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีมากขึ้น ซึ่งทำให้ทุกคนในองค์กรมีกำลังใจที่ดี และพร้อมที่ฝ่าวิกฤติด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ในฐานะของผู้นำ ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบ และต้องมีศักยภาพในการบริหารคน ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนทุกระดับ ต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องมองให้เห็นไกลกว่าคนอื่นว่าวันข้างหน้าเราจะไปอย่างไร ถ้าเราหยุดอยู่ตรงนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง เราก็ไม่มีวันที่จะก้าวตามความเปลี่ยนแปลงได้เลย

• Love What You Do…สูตรลับสำหรับความสำเร็จของคนทำงาน

ปัจจัยความสำเร็จขององค์กรและทีมงาน ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงนโยบายขององค์กรเท่านั้น แต่ Top Secret คือ “Love What You Do” หรือ “ความรักในการทำงาน” ปรัชญาสุดเฉียบของคนทำงานทุกยุคทุกสมัย เพราะถ้าเราสนุกกับการทำงาน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก มันจะมีแพสชั่นข้างใน ซึ่งจะขับเคลื่อนให้เราทำสิ่งนั้นโดยที่ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากลำบาก ความรู้สึกที่เรามีต่ออุปสรรคต่าง ๆ จะน้อยลง แต่ถ้าเราไม่ได้รักในสิ่งที่ทำเลย อุปสรรคไม่เท่าไหร่ เราอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งนั่นจะบั่นทอนให้ไม่มีความสุขกับงานที่ทำ โดยงานที่ทำจะต้องมีจุดประสงค์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราลงแรงงานทุกอย่างลงไป นั่นคือ “ความสำเร็จ” นอกเหนือจากนั้นคือ “ความสุข” สุขอย่างแท้จริงมากกว่าจะต้องไปทำงานเพราะเงินหรือความจำเป็น

ปัจจุบัน คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ให้คำปรึกษาทิศทางในการบริหารงานด้านบุคลากร บนแนวคิด “ค้นหาคนที่ใช้ สร้างคนให้เก่ง และเลี้ยงตัวเองได้” ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ แอสเซทไวส์ ในฐานะของแบรนด์ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ในอาชีพการงานอย่างต่อเนื่อง ทุกคนก็จะมีใจรักในการทำงาน และการสร้างความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาอีกต่อไป

 

แบรนด์ที่ดี มาจากหลังบ้านที่มั่นคง

คุณธิดารัตน์ยังเชื่ออีกว่า แบรนด์ที่ดีไม่ใช่ให้ความสำคัญเพียงแค่ผลประกอบการ แต่การลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลโดยเฉพาะการดูแลพนักงานรอบด้านแบบ 360 องศา เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้องค์กรได้มาซึ่งผลประกอบการที่สวยงาม ยกตัวอย่างเช่น ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกคนต้องเผชิญกับความเครียด บริษัทอาจจะเพิ่มแผนสวัสดิการหรือการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีมากขึ้น ซึ่งทำให้ทุกคนในองค์กรมีกำลังใจที่ดี และพร้อมที่ฝ่าวิกฤติด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ในฐานะของผู้นำ ยิ่งต้องมีความรับผิดชอบ และต้องมีศักยภาพในการบริหารคน ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนทุกระดับ ต้องมีวิสัยทัศน์ ต้องมองให้เห็นไกลกว่าคนอื่นว่าวันข้างหน้าเราจะไปอย่างไร ถ้าเราหยุดอยู่ตรงนี้ ไม่เปลี่ยนแปลง เราก็ไม่มีวันที่จะก้าวตามความเปลี่ยนแปลงได้เลย

Love What You Do…สูตรลับสำหรับความสำเร็จของคนทำงาน

ปัจจัยความสำเร็จขององค์กรและทีมงาน ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงนโยบายขององค์กรเท่านั้น แต่ Top Secret คือ “Love What You Do” หรือ “ความรักในการทำงาน” ปรัชญาสุดเฉียบของคนทำงานทุกยุคทุกสมัย เพราะถ้าเราสนุกกับการทำงาน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก มันจะมีแพสชั่นข้างใน ซึ่งจะขับเคลื่อนให้เราทำสิ่งนั้นโดยที่ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากลำบาก ความรู้สึกที่เรามีต่ออุปสรรคต่าง ๆ จะน้อยลง แต่ถ้าเราไม่ได้รักในสิ่งที่ทำเลย อุปสรรคไม่เท่าไหร่ เราอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งนั่นจะบั่นทอนให้ไม่มีความสุขกับงานที่ทำ โดยงานที่ทำจะต้องมีจุดประสงค์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เราลงแรงงานทุกอย่างลงไป นั่นคือ “ความสำเร็จ” นอกเหนือจากนั้นคือ “ความสุข” สุขอย่างแท้จริงมากกว่าจะต้องไปทำงานเพราะเงินหรือความจำเป็น

ปัจจุบัน คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ให้คำปรึกษาทิศทางในการบริหารงานด้านบุคลากร บนแนวคิด “ค้นหาคนที่ใช้ สร้างคนให้เก่ง และเลี้ยงตัวเองได้” ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ แอสเซทไวส์ ในฐานะของแบรนด์ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยคุณภาพตอบรับทุกไลฟ์สไตล์


ผู้เชี่ยวชาญอสังหา “สุเชฏฐ์ ฤทธีภมร หรือ Mr.Oe” กับการพลิกวงการ Real Estate ให้เข้าถึงง่าย

ชื่อของ “สุเชฏฐ์ ฤทธีภมร” หรือที่คนรู้จักกันในนาม “Mr.Oe” คือหนึ่งในนามของผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้า ด้วยฝีมือการวางแผนกลยุทธ์พัฒนาโครงการและการตลาดในแวดวงอสังหาฯ มากว่า 20 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ‘ThinkOfLiving’ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่พลิกวงการ Real Estate ให้จับต้องได้และเข้าถึงง่าย เน้นการรีวิวและให้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นความจริง บนความรู้และสายตาที่เฉียบคมด้านมองทำเล การออกแบบ และการตกแต่งที่อยู่อาศัย ที่ช่วยให้คนที่อยากได้บ้านดี ๆ สักหลังหนึ่งตัดสินใจซื้อได้แบบไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

• ก้าวสู่ตัวจริงด้านอสังหาฯ
“เพราะบ้านคือสิ่งสำคัญของทุกคน” ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้เกิดแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงวงการอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทยแบบหลังมือเป็นหน้ามือ กับ ‘ThinkOfLiving’ เว็บไซต์อสังหาอันดับหนึ่งของไทย ซึ่งคุณสุเชฏฐ์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง และพัฒนารูปแบบการให้ข้อมูลด้านอสังหาฯ จนเป็นต้นแบบการรีวิวเจาะลึกโครงการที่อยู่อาศัย อย่างละเอียด จนได้รับการยอมรับอย่างสูง

• ความเข้าใจในภาพรวมของอสังหาฯ อย่างถ่องแท้
วัฏจักรของอสังหาฯ และการเปลี่ยนแปลง รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ในอดีตที่ผ่านมาการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมจะมุ่งเกาะแนวรถไฟฟ้าไม่กี่สถานี แต่ในอนาคต แนวรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จำนวนสถานีที่มากขึ้น ผู้ประกอบการต้องแม่นยำในการเลือกทำเลที่เหมาะสม ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ในขณะที่ โควิด ได้เข้ามาสร้าง New Normal ใหม่ในการที่คนในสังคมต้องปรับตัวขนานใหญ่ การพัฒนาที่อยู่อาศัย จะต้องปรับให้ทัน รูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยโครงการแนวราบในทำเลรอง จะต้องมีการพัฒนามากขึ้น ส่วนคอนโดมิเนียม ต้องมีการออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยได้จริงไม่อึดอัดถ้าต้อง work from home และต้องพัฒนาพื้นที่ส่วนกลาง สำหรับลูกบ้านให้มากขึ้นด้วย

• อสังหาฯ ในยุค Digital
ในยุคที่ความรวดเร็วเดินทางมาถึง ชีวิตของคนแทบทุกคนเหมือนอยู่บนสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมโยงเข้าถึงกันหมด เราเสพข่าวสารกันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แม้แต่เรื่องใหญ่ ๆ อย่างการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์สักแห่งก็มีข้อมูลมากมายที่มารีวิวกันแบบหมดเปลือก ทั้งผู้ประกอบการในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย และผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ซื้อที่อยู่อาศัย มีความคุ้นเคยกับการใช้สื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการใช้สื่อออนไลน์ตั้งแต่กระบวนการในการนำเสนอและประชาสัมพันธ์โครงการ ทั้งภาพนิ่ง ภาพหลายมิติ ภาพเคลื่อนไหว ภาพ 360 องศา การปักหมุดในแผนที่ ไปจนถึงกระบวนการในสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเป้าหมาย กระบวนการขาย และบริการหลังการขาย ในส่วนของผู้บริโภคใช้สื่อตั้งแต่กระบวนการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัย การตัดสินใจซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัย การพิจารณารูปแบบสินเชื่อของสถาบันการเงิน การตัดสินใจใช้สินเชื่อ และอื่น ๆ นอกจากนี้ การเลือกใช้สื่อออนไลน์ยังมีความซับซ้อนและมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปของอุปกรณ์ของเครือข่าย และของแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ทั้งผู้ประกอบการแ%B

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า