ทำความรู้จักกับคณะกรรมการอีก 3 ท่านของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

blog
ทำความรู้จักกับคณะกรรมการอีก 3 ท่านของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

ทำความรู้จักกับคณะกรรมการอีก 3 ท่านของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ผู้มีประสบการณ์ในหลากหลายด้านและความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน ประกอบไปด้วย

  • คุณศราวุธ จารุจินดา ผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริหารความเสี่ยง และแนวคิดการบริหารแบบ 360 องศา
  • คุณกอบเกียรติ ธนัญชยะ นักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญ ด้วยความเชื่อที่ว่า “ความถูกต้อง เที่ยงตรง” และ “ความหลักแหลมด้านกฎหมาย” จะยังคงเป็นกลยุทธ์และอาวุธสำคัญประการหนึ่งในการเติบโตอย่างแข็งแรงมั่นคงขององค์กร
  • รศ.ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญในด้านการบัญชีและการเงิน

อ่านคณะกรรมการบริษัท 3 ท่านแรก https://assetwise.co.th/blog/boardmembers/

“ศราวุธ จารุจินดา”  ประธานกรรมการผู้เชี่ยวชาญในด้านการบริหารธุรกิจและการบริหารความเสี่ยง และแนวคิดการบริหารแบบ 360 องศา

กระบวนการทางความคิดและทิศทางการบริหารของผู้นำ มีผลต่อศักยภาพความสำเร็จขององค์กร ดังนั้น การพัฒนาทางความคิดและความเชี่ยวชาญแบบรอบด้าน 360 องศา ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้นำ ซึ่งทำให้ผู้นำสามารถพาองค์กรก้าวไปสู่ความเติบโตได้สูงสุด… และนี่ก็คือสิ่งที่ คุณศราวุธ จารุจินดา ผู้คว่ำหวอดในการบริหารงานองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับประเทศมาเป็นเวลานาน ได้มุ่งมั่นทำเสมอมา และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับหลายองค์กร จนสามารถเดินอยู่บนเส้นทางของความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ประสบการณ์รอบด้าน พร้อมบริหารความสำเร็จแบบ 360 องศา
คุณศราวุธ จารุจินดา นับเป็นคนสำคัญด้านการบริหารธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญรอบด้าน และสร้างความสำเร็จมาแล้วมากมายแบบ 360 องศา จากดีกรีบริหารธุรกิจมหาบัณทิต สาขาบริหารการเงิน จากมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี ประเทศสหรัฐอเมริกา และบัญชีบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สู่ผู้นำสุดแกร่งแห่งวงการการบริหารองค์กร ด้วยการสร้างสมประสบการณ์ทำงานมาอย่างนาวนานกว่า 30 ปี และความสามารถที่มีอย่างเหลือล้น ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์งานด้านสินเชื่อกับสถาบันการเงินระดับประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่งประธานสายสินเชื่อธุรกิจและประธานสายบริหารหนี้ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ทำให้มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องบัญชี การเงิน และกฎหมาย โดยเฉพาะงานด้านสินเชื่อเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี รวมถึงกฎหมายที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้าง ขออนุญาตจัดสรร การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งโครงการ ต้นทุนโครงการ รวมถึงเข้าใจมุมมองของสถาบันการเงินที่มีต่อธุรกิจนี้ ทราบถึงข้อจำกัดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของสถาบันการเงินในการให้กู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการ นอกจากนั้น การทำงานมาอย่างยาวนานในองค์กรยักษ์ใหญ่ จึงทำให้เข้าใจการบริหารงานแบบเป็นระบบและรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำงบประมาณ การบริหารงานบุคคล การวางระบบงาน การบริหารความเสี่ยง เป็นต้น รวมถึงยังนั่งแท่นบริหารกับตำแหน่งกรรมการในบริษัทมหาชนถึง 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด, บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

“ธรรมาภิบาล” มาพร้อมกับการบริหารความสำเร็จยุคใหม่
การเป็น “ผู้นำ” หรือ “ผู้บริหาร” คือการอยู่บนความรับผิดชอบของทุกชีวิตในองค์กร… เรามีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการ กำหนดทิศทาง นโยบาย และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่บริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงในภาวะเศรษฐกิจอ่อนแออันเนื่องมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นสถานการณ์แห่งการท้าทายศักยภาพและความแข็งแกร่งของผู้นำ แต่สำหรับผู้นำที่มีกระบวนความคิดที่ถูกต้อง เหมาะสม และมีความสามารถรอบด้านก็จะสามารถฝ่าฝันวิกฤตนี้ไปได้ ด้วยการปรับตัวที่เร็วกว่า และการแก้ปัญหาได้ดีกว่า นอกจากนั้น การเป็นผู้นำในยุค New Normal ยังต้องใช้ความโปร่งใส ความจริงใจ และการสื่อสารที่ชัดเจนเพื่อให้ชนะใจทุกคน การบริหารงานด้วย “หลักธรรมาภิบาล” (good governance) จึงเกิดเป็นกระแสในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ธุรกิจเอกชน หรือประชาชน ต่างก็ให้ความสนใจและนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งประกอบด้วยหลักสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักสำนึกรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เหล่านี้เป็นความสอดคล้องกับ “ภาวะผู้นำ” อย่างแท้จริง แต่การจะดำรงอยู่อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงเดินตามกระแสนิยมเท่านั้น แต่ต้องสร้างให้เป็นหัวใจสำคัญที่สุด ของการเป็นหัวเรือการบริหารองค์กรในทุกยุคทุกสมัย

บริหารความสุขในองค์กร
การเติบโตขององค์กรที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วในแง่การดำเนินงานและผลประกอบการ ย่อมต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนแนวทางการบริหารของคุณศราวุธที่ได้ให้ให้ความสำคัญกับงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลควบคู่กับการบริหารงานขององค์กร โดยมองว่า พันธกิจการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพและความชำนาญอย่างต่อเนื่องเป็นกลยุทธ์ลำดับต้น ๆ ขององค์กร รวมถึงการจัดสรรสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อเป็นการดูแลพนักงานให้สมือนครอบครัวเดียวกัน การส่งเสริมให้บุคลากรที่มีศักยภาพ มีความสุข และเป็นหนึ่งเดียวกัน มีเป้าหมายร่วมกัน จะส่งผลให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ทิศทางที่ดียิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “ศักยภาพและความสุขของพนักงาน คือ ความสำเร็จขององค์กร” นอกจากใส่ใจความสุขของบุคลากรภายในองค์กรแล้ว ยังต้องส่งต่อความสุขไปสู่ภายนอกอีกด้วย ผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรม CSR ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เพื่อเปลี่ยน “ธุรกิจ” เป็น “พันธมิตร” มิตรที่คอยมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคน ส่งเสริมรากฐานกันและกัน และนั่นคือการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้แก่องค์กรได้อย่างยั่งยืน

“ไม่ประมาท” กฎหลักของ “การบริหารความเสี่ยง”
ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเข้าสู่บริบทใหม่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งสภาพแวดล้อมด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม รวมถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาและการประสบความสำเร็จขององค์กร ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมแผนรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ดังนั้น เราจึงต้องหยิบยกกระบวนการสำคัญสำหรับการพัฒนาองค์กรไปสู่ความสำเร็จมาใช้รับมือได้อย่างแม่นยำ โดยคุณศราวุธมองว่า “การบริหารความเสี่ยงองค์กร” (Enterprise Risk Management: ERM) นับเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบริหารจัดการที่สำคัญของสถานการณ์ยุคนี้ องค์กรไหนที่บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรมีความเข้าใจตรงกัน มีการปฏิบัติเป็นขั้นตอน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน องค์กรนั้นก็จะประสบความสำเร็จในการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง นอกจากนั้น การวางแผนกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรและการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือ “ความไม่ประมาท” ยังเป็นแนวทางในการส่งเสริมการบริหารความเสี่ยง และเป็นหลักปฏิบัติที่เป็นสากลอีกด้วย

“พลังบวก” ยาดีฝ่าทุกวิกฤต
ท่ามกลางกระแสการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยและทั่วโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตนั้น ท้ายที่สุดคุณศราวุธเชื่อเหลือเกินว่า บนความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในองค์กร ผสานกลยุทธ์การบริหารจัดการที่เหมาะสม มองไปข้างหน้า คิดว่า ทุกวิกฤต ทุกเหตุการณ์ คือบทเรียนเพื่อให้เราเข้าใจวงจรธุรกิจ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและไม่ได้อยู่อย่างถาวร ค้นหา “พลังบวก” ในตนเอง ตั้งสติโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วกลับมามองในภาพกว้าง อดทน และไม่ท้อแท้ รวมถึงส่งต่อให้กันและกัน ร่วมกันต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตเช่นนี้ เราจะสามารถเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ช้าหน่อยแต่ก็ถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน

ปัจจุบัน คุณศราวุธ จารุจินดา เป็นหนึ่งในหัวเรือสำคัญของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารด้วยแนวคิดการบริหารแบบ 360 องศาของเขา ที่ช่วยขับเคลื่อน ASW ได้ขึ้นมาเป็นยืนอยู่แถวหน้าของวงการอสังหาริมทรัพย์ และก้าวไปตามถนนแห่งความสำเร็จได้อย่างงดงาม


สร้างความสำเร็จให้องค์กร บนแนวทางความถูกต้องกับ “กอบเกียรติ ธนัญชยะ” นักกฎหมายตัวจริงแห่งยุค!

“The law is reason, free from passion” คำกล่าวของ อริสโตเติ้ล นักปราชญ์โลกที่นิยามเอาไว้ว่า กฎหมายคือข้อกำหนดที่พัฒนาขึ้นมาจากหลักของเหตุผล ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก และปราศจากความลำเอียงใด ๆ …. และนั่นก็คือแนวทางการทำงานที่มุ่งมั่นของ คุณกอบเกียรติ ธนัญชยะ นักกฎหมายระดับแถวหน้า ผู้สร้างความสำเร็จให้กับองค์กรที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยมาแล้วมากมาย ด้วยความเชื่อที่ว่า ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่“ความถูกต้อง เที่ยงตรง” และ “ความหลักแหลมด้านกฎหมาย” จะยังคงเป็นกลยุทธ์และอาวุธสำคัญประการหนึ่งในการเติบโตอย่างแข็งแรงมั่นคงของทุกธุรกิจ

เส้นทางผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
คุณกอบเกียรติ ธนัญชยะ ได้เริ่มต้นเส้นทางสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายด้วยดีกรีนิติศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาบัณฑิตด้านกฎหมาย สาขา Maritime Laws (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยบริสตอล (University of Bristol) สหราชอาณาจักร โดยได้รับทุนจากมหาวิทยาลัย รวมถึงยังเป็นเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ก่อนจะโลดแล่นในวงการกฎหมายด้วยความเชี่ยวชาญในการทำคดีความทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงคดีเกี่ยวกับความรับผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่นำทางให้กับองค์กรต่าง ๆ เดินตามทิศทางที่กฎหมายกำหนด และมั่นคงยั่งยืนบนความถูกต้อง โดยปัจจุบัน คุณกอบเกียรติได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท อีเอสซี ลอว์ จำกัด และเป็นทนายความหุ้นส่วน (Partner) ของบริษัท อีเอส เคาน์เซล จำกัด และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาความสำเร็จของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการบริหารความเสี่ยง กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ

นักกฎหมาย หัวใจหลักองค์กร
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือบริษัทใหญ่ ต่างก็มีความจำเป็นที่ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “นักกฎหมาย” จึงมีความสำคัญกับการขับเคลื่อนขององค์กรที่ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างมาก สะท้อนมุมมองของคุณกอบเกียรติที่มองว่า “นักกฎหมายเป็นหัวใจหลักขององค์กร” ที่ส่งเสริมให้องค์กรดำเนินธุรกิจไปได้ด้วยดี สำหรับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องการพัฒนาธุรกิจมีบทบัญญัติไว้มากมายและมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน อาทิ กฎหมายสำหรับองค์กร ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประเภทห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัดภายใต้กฎหมายหลัก กรณีที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัดในตลาดหลักทรัพย์จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพิ่มเติมอีกด้วย ยังมีกฎหมายด้านการตลาดและการโฆษณา กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายลิขสิทธิ์ และอีกมากมาย โดยสรุป หากการพัฒนาธุรกิจนั้น ๆ เกี่ยวข้องกับผู้คนมากเท่าใด ก็จะมีข้อกฎหมายที่ควบคุมมากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่เฉพาะผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงคนที่อยู่รอบข้าง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกด้วย นอกจากนี้ กฎหมายต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น ๆ ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่า การมีทนายความหรือนักกฎหมายประจำบริษัทจึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ในการนำข้อกฎหมายไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจให้เป็นไปอย่างราบรื่นนั่นเอง

เน้นกลยุทธ์ลดความขัดแย้งและข้อพิพาท สู่ประโยชน์สูงสุดขององค์กร
ด้วยความเชี่ยวชาญในคดีความและการระงับข้อพิพาท คุณกอบเกียรติจึงยึดถือแนวคิดการบริหารงานที่เน้นการลดความขัดแย้งและข้อพิพาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย อันนำไปสู่การเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท นอกจากนั้น คุณกอบเกียรติยังตระหนักดีถึงบทบาทของ “นักกฎหมายขององค์กร” และบทบาท “กรรมการบริษัท” ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามมาตรา 89/7 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่กำหนดให้ “ในการดำเนินกิจการของบริษัท กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น” โดยการได้ร่วมงานกับบริษัทและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจภายใต้จรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของบริษัทอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย และความสำคัญต่อระบบตรวจสอบและควบคุมภายใน ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่ของคุณกอบเกียรติทำได้อย่างเต็มที่ สามารถให้คำแนะนำ คำปรึกษา และข้อคิดเห็นได้อย่างมีอิสระ เพื่อพัฒนาและกำกับดูแลการดำเนินกิจการให้เป็นไปอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้

ย่างก้าวที่ท้าทายของ “กฎหมาย” และ “ความสำเร็จของธุรกิจ”
ปี 2563 – 2564 นับเป็นปีที่ทวีความท้าทายสำหรับการดำเนินธุรกิจ ปัจจัยหนึ่งนั่นคือ “กฎหมาย” หรือ “มาตรการ” ต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในแง่ “บวก” และ “ลบ” กับผู้ประกอบการไทยแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม หากเราตระหนักถึงความเสี่ยงข้างต้นเป็นอย่างดี และได้นํามาพิจารณาอย่างรอบคอบในการดำเนินทุกกิจกรรมทางธุรกิจ รวมถึงได้กําหนดมาตรการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ก็จะสามารถขจัดหรือลดความเสี่ยงเหล่านั้น ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมไว้และมีผลกระทบต่อธุรกิจน้อยที่สุด และสร้างความสำเร็จตามเป้าหมายได้ต่อไป

ปรับตัวสู่โลกธุรกิจใหม่ ด้วยระบบการเงินและบัญชีที่แข็งแกร่งกับ รศ. ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย

ในสนามการแข่งขันทางธุรกิจปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ละองค์กรต่างค้นหาแนวทางในการดำเนินงานทุกมิติเพื่อให้อยู่รอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาด เทคโนโลยี กฎระเบียบและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ “ระบบการบัญชีและการเงิน” ที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้นโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญด้านการบัญชีและการเงินที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศ มองว่า กลยุทธ์การปรับตัวขององค์กรในยุค 2021 นั้น จะต้องรักษาสถานะทางการเงินให้มีสภาพคล่องและมีผลการดำเนินงานที่มั่นคง เพราะ “การเงิน” ถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ที่ใช้หล่อเลี้ยงองค์กร นอกเหนือจากแรงสนับสนุนของคนทั้งองค์กร เพื่อพาองค์กรสู่เป้าหมายเดียวกันและก้าวไปสู่โลกธุรกิจใหม่อย่างยั่งยืนด้วยกัน!

การบัญชีและการเงิน หน่วยสนับสนุนทีแข็งแกร่งแห่งองค์กร

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 25 ปีในสายงานการบัญชีและการเงิน ทำให้ รศ. ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย สามารถพูดได้เต็มปากว่า สายงานการบัญชีและการเงิน เป็นหน่วยงานที่เสมือนเป็นหัวใจหลักขององค์กร ที่มีส่วนสนับสนุนการสร้างความแข็งแกร่งและศักยภาพการแข่งขันในสมรภูมิธุรกิจที่ร้อนแรง มีการวางแผนและควบคุมที่สอดคล้องกับกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมและการติดตามผลการดำเนินงาน หรือการพิจารณางบลงทุนและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการต่าง ๆ เพื่อให้เห็นถึงโอกาสใน “ความสำเร็จ” หรือ “ความล้มเหลว” ดังนั้น ไม่ว่าองค์กรจะเดินหน้าไปไหน ทิศทางไหน “การบัญชีและการเงิน” ถือเป็นคู่คิดทางธุรกิจ เพื่อก้าวที่มั่นคงขององค์กร

ทั้งนี้ รศ. ดร.เกรียงไกร ได้เคยฝากฝีมือด้านวิชาการเพื่อให้ความรู้และร่วมสร้างความสำเร็จกับองค์กรชั้นนำมาแล้วมากมาย จากประสบการณ์ในฐานะอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การเป็น Visiting Professor ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ได้แก่ University of Washington ประเทศสหรัฐอเมริกา Seoul National University และ Chung-Ang University ประเทศเกาหลีใต้ และเป็นคนไทยคนแรกที่เป็นกรรมการด้านการศึกษาของสมาพันธ์อาจารย์และนักบัญชีทั่วโลก (American Accounting Association, AAA) ตำแหน่งในอดีต ได้แก่ ประธานหลักสูตร BBA International Program ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิเทศสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการด้านการศึกษาและเทคโนโลยี สภาวิชาชีพบัญชี ตำแหน่งในปัจจุบัน ได้แก่ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กรรมการวิชาชีพด้านการทำบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี และที่ปรึกษาคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี

Transform ให้คล่องตัว รองรับการแข่งขันสูง

หน้าที่สำคัญของการบริหารงานด้านการบัญชีและการเงินขององค์กร คือการจัดการให้มีเงินทุนที่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต รวมถึงการจัดทำบัญชีที่เป็นไปตามมาตรฐาน โปร่งใส พร้อมสำหรับการตรวจสอบ แต่ด้วยปัจจัย Disruption และความพลิกผลันมากมายที่เกิดขึ้น อย่างรวดเร็วในปัจจุบันการบริหารการบัญชี การเงิน และการกำกับดูแลกิจการ จึงนำไปสู่ “การเปลี่ยนแปลง” หรือ “Transform” เพื่อให้สามารถปรับตัวตามทิศทางของโลก ธุรกิจหรือยุคสมัย และสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายในทุกมิติ ทั้งเวลา ปริมาณ และคุณภาพ ด้วยการปรับระบบการบัญชีและการเงินให้สามารถรองรับธุรกิจที่มีการปรับตัวและการแข่งขันสูงได้ เช่น การลดกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน การจัดทำงบประมาณและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน รวมถึงการหาวิธีจัดสรรงบประมาณที่มีความยืดหยุ่นและรวดเร็ว เพื่อรองรับความจำเป็นในการใช้งบประมาณเพื่อโลกธุรกิจใหม่ที่มีการปรับตัวและแข่งขันสูง

การบัญชีและการเงิน 5.0 ขจัดอุปสรรคความล้าสมัย

ในการบริหารการบัญชีและการเงิน จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด ซึ้งหากมองในแง่ดีก็เปรียบเสมือนกำแพงป้องกันการทุจริตหรือข้อผิดพลาดได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามกิจการก็มิควรมีกรอบการปฏิบัติงานทีไม่ยืดหยุ่น จนทำให้ธุรกิจไม่สามารถ ขยับตัวหรือขับเคลื่อนได้ช้าจนไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นได้ ดังนั้น การทบทวนเรื่องของกฎระเบียบและข้อบังคับทางด้านการบัญชีและการเงินที่ไม่ทันสมัย หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีการทบทวนและปรับปรุงให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือโลกยุคดิจิทัล ดังนั้น การทำงานในหลายภาคส่วนของสายงานการบัญชีและการเงิน จำเป็นต้องนำแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์มาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสนับสนุนให้องค์กรบรรลุพันธกิจและเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างงดงาม

โฟกัสเป้าหมาย ก้าวไปสู่โลกธุรกิจใหม่อย่างแข็งแกร่งด้วยกัน

รศ. ดร.เกรียงไกร เชื่อว่า การทำงานร่วมกันระหว่างสายงาน หรือที่เรียกว่า cross-functional team เป็นสิ่งสำคัญยิ่งเพื่อให้องค์กรหรือหน่วยงานบรรลุเป้าหมาย มิใช่ต่างฝ่ายต่างทำงานอิสระต่อกัน แต่ต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร เช่นเดียวกับสายงานการบัญชีและการเงินที่จำเป็นจะต้องพัฒนางานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การร่วมมือกับหน่วยงาน IT เพื่อพัฒนาระบบทางด้านการเงินและบัญชีให้มีความเสถียร นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเงิน เช่น Blockchain เข้ามาใช้เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย การร่วมมือกับหน่วยงานกฎหมาย เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบข้อบังคับให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อยุคสมัย ทำงานร่วมกับหน่วยงานธุรกิจ ทั้งธุรกิจหลัก (Core business) และธุรกิจใหม่ (Emerging business) การวิเคราะห์ ความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ผ่านตัวเลขบัญชีและการเงิน เป็นต้น

รศ. ดร.เกรียงไกร ภูมิใจและชื่นชมผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและล้ำสมัยของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและคณะผู้บริหาร ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานที่สอดรับกับนโยบายของคณะกรรมการบริษัท รวมถึงความร่วมมือจากพนักงานในทุกระดับ จนสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่นสวนกระแสสภาวการณ์แบบ New Normal นำมาซึ่งการเป็นบริษัทชั้น นำของประเทศในปัจจุบัน

ปัจจุบัน รศ.ดร.เกรียงไกร บุญเลิศอุทัย มีส่วนร่วมกับ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท มีบทบาทในการให้คำปรึกษาด้านการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) ระบบบัญชี การควบคุมและตรวจสอบภายในรายงานทางการเงินและการวิเคราะห์ รวมถึงให้ความเห็นเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนของแอสเซทไวส์ เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ “แอสเซทไวส์” ที่มีคุณภาพคับแก้วและสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจแบบ “We Build Happiness”

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า