นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อตกลงการใช้บริการ

1. บทนำ

ยินดีต้อนรับสู่ www.assetwise.co.th (“เว็บไซต์”) โดยเว็บไซต์นี้ได้จัดทำขึ้นและดำเนินการโดย บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (“บริษัท”) เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการที่พักอาศัยทั้ง คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ บ้านเดี่ยว และโครงการอื่นๆที่ดำเนินการโดยบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทร่วมทุน และ/หรือ พาร์ทเนอร์ (partner) ของบริษัท (“บริษัทร่วม”) รวมถึงเพื่อให้ท่านค้นหาผลิตภัณฑ์และบริการ ตรวจสอบข่าวสารและโปรโมชันล่าสุด ตลอดจนการดำเนินการใดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการผ่านเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์จะมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และอาจใช้อุปกรณ์ซอฟต์แวร์เพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลในด้านพฤติการณ์การใช้บริการของผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ทั้งนี้ ก่อนที่ท่านจะใช้งานเว็บไซต์นี้ ท่านจะต้องอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายการรักษาความลับส่วนบุคคลของเว็บไซต์นี้อย่างละเอียด หากท่านไม่สามารถยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายการรักษาความลับส่วนบุคคลในการใช้งานเว็บไซต์นี้ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ขอให้ท่านยุติการใช้งานเว็บไซต์นี้โดยทันที แต่ทั้งนี้หากท่านใช้งานเว็บไซต์ต่อไป ให้ถือว่าท่านได้ยินยอมตามข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายการรักษาความลับส่วนบุคคลของบริษัทแล้วทุกประการ

2. วัตถุประสงค์

วัตถุประสงค์ของข้อกำหนดและเงื่อนไขมีขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ระหว่างท่านกับบริษัท ในการเข้าใช้เว็บไซต์นี้ให้ถือว่าท่านยอมรับและ ตกลงที่จะปฏิบัติและผูกพันภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ ทั้งนี้ บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการได้ทุกเมื่อตามดุลยพินิจของบริษัท

3. สิทธิและหน้าที่ของท่าน

3.1 ท่านจะใช้งานเว็บไซต์นี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทเท่านั้น โดยการใช้งานดังกล่าวของท่านจะต้องไม่ขัดต่อ กฏหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ หลักปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
3.2 ท่านต้องไม่เข้าใช้หรือพยายามเข้าใช้บริการหนึ่งบริการใด โดยวิธีอื่นรวมถึงการใช้วิธีการอัตโนมัติ เช่น การใช้สคริปต์ (ชุดคำสั่งหรือภาษาคอมพิวเตอร์เพื่อแฝงตัวเข้าสู่ระบบท่าน) นอกจากช่องทางที่บริษัทได้กำหนดไว้ เว้นแต่ ท่านจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท
3.3 ท่านต้องไม่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ขัดขวาง แทรกแซง รบกวนการทำงานหรือการให้บริการของบริษัท รวมทั้งเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเครื่องแม่ข่ายและเครือข่ายที่เชื่อมต่อกับการใช้งานของเว็บไซต์นี้อย่างเด็ดขาด อาทิเช่น ใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ประเภทม้าโทรจัน (Trojan Horse) ไวรัสในรูปแบบของไทม์บอมส์ (Time Bombs) ฯลฯ ซึ่งทำให้เป็นภัยต่อการให้บริการเว็บไซต์
3.4 ในการใช้งานเว็บไซต์ ท่านต้องไม่กระทำการใดอันขัดต่อกฎหมาย และขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ไม่ล่วงละเมิดสิทธิใดๆ ของบริษัท ผู้ใช้งานรายอื่น และบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลดังกล่าวข้างต้น
3.5 ท่านต้องไม่ดำเนินการหรืออนุญาตให้บุคคลที่สามดำเนินการแก้ไขดัดแปลง แปล หรือ ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineer) ส่วนของเว็บไซต์ กรอบของเว็บไซต์ หรือลอกเลียนแบบส่วนของบริการใดๆ จากเว็บไซต์ รวมทั้งละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า หรือข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ของบริษัทหรือผู้ใช้งานรายอื่น รวมถึงไม่รวบรวมข้อมูลที่บริษัทสร้างขึ้น รวมทั้งรูปภาพ ภาพพื้นหลัง และไอคอน เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆก็ตาม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร
3.6 ท่านต้องไม่ทำซ้ำข้อมูลบนเว็บไซต์ จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ ดัดแปลง ดาวน์โหลด อัพโหลด ติดประกาศ เผยแพร่ หรือกระทำการอื่นใดให้ปรากฎต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทก่อนล่วงหน้า หากฝ่าฝืนต้องรับผิดตามกฎหมาย
3.7 ท่านต้องไม่ใช้เนื้อหา หรือ ข้อความ งานใดๆ จากเว็บไซต์นี้เพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบโดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากบริษัท และ/หรือตั้งกระทู้ หรือทำให้ปรากฏซึ่งข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตรายอื่น และ/หรือบุคคลภายนอก
3.8 ในกรณีที่ท่านนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปเผยแพร่ ทั้งในรูปแบบของอีเมล สื่อโซเชียล โฮมเพจของท่าน ให้ถือเป็นการกระทำที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของท่านแต่เพียงผู้เดียว และบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบใดๆ ต่อการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น
3.9 ท่านต้องไม่เขียนข้อความใดๆ ลงในเว็บไซต์หรือพื้นที่อื่นใดที่แสดงออกหรือมีนัยว่าข้อความดังกล่าวได้รับการสนับสนุนหรือรับรองจากบริษัทโดยไม่เป็นความจริง หรือไม่ได้รับอนุญาตก่อน
3.10 ท่านรับทราบและตกลงว่ารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และการบริการ เช่น จำนวนโครงการและยูนิต ที่ปรากฏในเว็บไซต์ และรายละเอียดที่ท่านและบุคคลภายนอกได้รับจากช่องทางอื่นของบริษัท (เช่น บูธชั่วคราว หรือ ณ โครงการ หรือ จุดขายอื่น ๆ) อาจแตกต่างกันตามนโยบายการขายของบริษัท หรือตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่จะต้องพิจารณาข้อมูลรวมถึงรายละเอียดดังกล่าวด้วยตนเอง และบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อท่านในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องตรงกัน
3.11 ท่านยอมรับความเสี่ยงว่าข้อมูลใด ๆ ที่ส่งหรือได้รับผ่านทางเว็บไซต์อาจจะถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตได้ และ/หรือเปิดเผยโดยบริษัทให้แก่บุคคลภายนอกที่อ้างว่าเป็นท่านหรืออ้างว่ากระทำการโดยได้รับมอบอำนาจจากท่าน การส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตอาจจะถูกขัดขวาง ขาดการติดต่อ ล่าช้าจากความแออัดในการส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหรือมีการส่งข้อมูลไม่ถูกต้องเนื่องจากลักษณะของอินเทอร์เน็ตที่อาจถูกเปิดเผยต่อสาธารณะได้
3.12 ท่านต้องไม่กระทำการใดๆ อันขัดต่อประกาศหรือนโยบายของบริษัทที่ระบุไว้ในข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ และ/หรือ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดและเงื่อนไขที่บริษัทประกาศหรือกำหนดขึ้นภายหลัง มิฉะนั้น บริษัทมีสิทธิ และ/หรืออาจดำเนินการในทางกฎหมายกับท่านตามที่บริษัทเห็นสมควรได้ทันที ท่านจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อบุคคลใดๆ รวมถึงบริษัทในความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้

4. สิทธิของบริษัท

4.1 ท่านตกลงและยอมรับว่า บรรดาข้อมูล ข้อความ รูปภาพ เสียง โลโก้ และ/หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของเว็บไซต์นี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเฉพาะ ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ ชื่อทางการค้า ฐานข้อมูล ความลับทางการค้า สิทธิบัตร โนว์ฮาว ข้อมูลธุรกิจ ฯลฯ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ เป็นกรรมสิทธิ์และสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ของบริษัท แต่เพียงผู้เดียว
4.2 ทรัพย์สินทางปัญญาใดๆ ที่บริษัท ได้จัดทำขึ้นหรือนำมาใช้บนเว็บไซต์ บริษัทมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้หรืออนุญาตให้ใช้งานทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว โดยที่ท่านตกลงจะไม่คัดลอก ทำซ้ำ แก้ไข ดัดแปลง ต่อยอด อนุญาตให้ใช้ หรือ กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทโดยเด็ดขาด
4.3 การผิดเงื่อนไขของข้อตกลงข้อนี้ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดในสาระสำคัญของข้อกำหนดและเงื่อนไข โดยบริษัทมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากท่านได้ทันที
4.4 บริษัทมีสิทธิรวบรวมและประมวลผลข้อมูลของท่าน หากข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะดำเนินการตามนโยบายการรักษาความลับส่วนบุคคล
4.5 บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ บนเว็บไซต์ได้แต่เพียงผู้เดียว รวมถึงรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และการบริการ ทั้งนี้ คำตัดสินของบริษัทในเรื่องข้อมูลบนเว็บไซต์ถือเป็นที่สุด
4.6 บริษัทอาจโอนสิทธิการใช้ข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซต์นี้แก่บริษัทในเครือ บริษัทร่วมทุน หรือ พาร์ทเนอร์ (partner) ของบริษัท ภายใต้เงื่อนไขที่จะระบุในอนาคตและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
4.7 บริษัทอาจทำการขอข้อมูลเกี่ยวกับท่าน ในกรณีที่ท่านสร้างบัญชีบนเว็บไซต์ หรือการจัดเก็บข้อมูลของท่านบนเว็บไซต์ เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด ความสนใจด้านที่อยู่อาศัยในแง่ต่างๆ เป็นต้น และท่านตกลงให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการใช้บริการเว็บไซต์ดังกล่าว
4.8 ในกรณีที่มีการสร้างบัญชีบนเว็บไซต์ หรือการจัดเก็บข้อมูลของท่านบนเว็บไซต์ บริษัทอาจส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) หรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ท่านอาจสนใจไปยังท่านเป็นคราวๆ ไป โดยท่านตกลงและยินยอมรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดนี้ อย่างไรก็ตามท่านอาจใช้สิทธิปฏิเสธการรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดตามช่องทางที่บริษัทได้จัดไว้ให้ ทั้งนี้ หากท่านปฏิเสธที่จะรับไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือข้อความอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ท่านรับทราบว่าท่านอาจไม่สามารถใช้บริการของบริษัทได้อย่างครบถ้วน
4.9 ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เว็บไซต์ บริษัท หรือกรรมการของบริษัท อันเนื่องมาจากท่าน บริษัทมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากท่านได้ตามค่าใช้จ่าย และ/หรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริงไม่ว่าจะเพื่อแก้ไข ซ่อมแซม สร้างขึ้นใหม่ ชดเชย หรือกระทำการด้วยวิธีอื่นใดเพื่อชดเชยความเสียหายดังกล่าวของบริษัท ท่านต้องดำเนินการชดเชยค่าเสียหายให้ครบถ้วนภายในเวลาที่บริษัทกำหนด หากท่านผิดนัดไม่ชดเชยค่าเสียหายในเวลาที่กำหนด บริษัทมีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากต้นเงิน ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
4.10 บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไข เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ตัดทอน บรรดาข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการใดๆ ที่กำหนดไว้ในเว็บไซต์นี้ ทั้งนี้ ท่านมีหน้าที่ติดตามการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่างๆ อยู่เสมอ และหากภายหลังการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ท่านยังคงใช้บริการเว็บไซต์อยู่ให้ถือว่าท่านได้อ่านและเข้าใจ จึงได้ยอมรับตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนี้ อย่างไม่มีเงื่อนไข ท่านไม่อาจอ้างเหตุในการไม่ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนการใช้บริการมาเป็นเหตุในการฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ได้
4.11 ข้อมูลและ/หรือข้อสนเทศทั้งหลายที่อยู่ในเว็บไซต์นี้ถูกให้ไว้เพื่อใช้เป็นข้อมูลเท่านั้น บริษัทไม่มีการรับรองหรือรับประกันอย่างใดๆ ไม่ว่าโดยปริยาย ชัดแจ้งหรือโดยบทบัญญัติใดๆ นอกจากนี้ บริษัท ไม่รับประกัน: (1) ความถูกต้อง หรือความครบถ้วนของข้อมูลทั้งหลายที่อยู่บนเว็บไซต์ (2) ว่าเว็บไซต์ หรือเอกสารข้อมูลใดๆ จะปราศจากความผิดพลาดหรือตกหล่น หรือข้อชำรุดบกพร่องใดๆ (3) ว่าเว็บไซต์ปราศจากไวรัสคอมพิวเตอร์หรือ รหัสที่ทำขึ้นด้วยเจตนาร้าย รหัสที่ทำให้เกิดการทำลาย หรือรหัสที่ทำให้เกิดการขัดข้อง โปรแกรมตัวแทน หรือกลุ่มคำสั่ง หรือมาโครอื่นใดที่เป็นอันตราย ก่อความเสียหาย หรือทำให้เกิดการขัดข้อง และ (4) ความปลอดภัยในข้อมูลใดๆ ที่ส่งโดยท่านหรือไปยังท่านผ่านทางเว็บไซต์

5. การจำกัดความรับผิด

5.1 บริษัทจะไม่รับผิดต่อความเสียหายใดๆ รวมถึง ความเสียหาย ความสูญเสียและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมหรือจากพฤติการณ์พิเศษใดๆ ที่เป็นผลหรือสืบเนื่องจากการที่ท่านเข้าใช้เว็บไซต์นี้ หรือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์นี้ หรือต่อความเสียหาย ความสูญเสีย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความล้มเหลวในการใช้งาน ความผิดพลาด การละเว้น การหยุดชะงัก ข้อบกพร่อง ความไม่สมบูรณ์ คอมพิวเตอร์ไวรัส ถึงแม้ว่าบริษัท จะได้รับแจ้งว่าอาจจะเกิดความเสียหาย ความสูญเสียหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวขึ้น
5.2 บริษัทจะไม่รับผิดต่อท่านหรือบุคคลใดๆ จากการเรียกร้องที่เกิดขึ้นจากการใช้งานเว็บไซต์หรือเนื้อหาใดๆ บนเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจหรือการกระทำใดๆ ที่เกิดจากความเชื่อถือในเนื้อหาดังกล่าวของท่าน หรือในความเสียหายใดๆ ไม่ว่าความเสียหายทางตรงหรือทางอ้อมรวมถึงความเสียหายอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นได้

6. ความรับผิดชอบด้านกฎหมาย

การตีความและการบังคับตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้งานเว็บไซต์นี้ให้เป็นไปตามกฎหมายไทย

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) และบริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่ม ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดว่าเรื่องความเป็นส่วนตัวของท่านเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อบริษัท ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในการให้ดำเนินธุรกิจและ/หรือให้บริการกับท่าน บริษัทตระหนักในความไว้วางใจของท่าน ดังนั้น บริษัทจะดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวังและอย่างสมเหตุสมผล โดยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

บริษัทในฐานะผู้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งให้ท่านทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอธิบายถึงการเก็บรวบรวม ใช้ วิเคราะห์และประมวลผล รวมถึงเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และบริษัทยืนยันว่าได้ดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราว ดังนั้น โปรดตรวจสอบเป็นประจำเพื่อดูว่านโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ได้รับการแก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อใด การเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีผลทันทีเมื่อบริษัทเผยแพร่นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่แก้ไขดังกล่าวลงในเว็บไซต์ของบริษัท ส่วนกรณีเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่เป็นการลิดรอนสิทธิของท่านในส่วนของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้ บริษัทจะดำเนินการเพื่อขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น

  1. นิยามความหมาย
    ข้อมูลส่วนบุคคล (ทั่วไป) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของคนที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมและข้อมูลนิรนามที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตน ของเจ้าของข้อมูลได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อีเมล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลของนิติบุคคลตามรูปแบบการจดทะเบียนตามนิยามของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้แก่ เลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ที่ตั้งบริษัท
    ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญาพฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ
    เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทมีการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง ลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท
    ข้อมูลชีวภาพ หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลจำลองภาพใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
    ข้อมูลสาธารณะหมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เปิดเผยต่อสาธารณชน เช่น ข้อมูลโปรไฟล์ สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีการใช้ข้อมูลและรหัสการเข้าระบบของสื่อสังคมออนไลน์ (social media credential) เช่น Facebook, Instagram, Twitter, Line และรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่มีขึ้นในอนาคต เพื่อเชื่อมต่อหรือเข้าสู่บริการใด ๆ ของบริษัท เช่น บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ (social media account ID) สิ่งที่สนใจ (interests) รายการที่ชอบ (Likes) และรายชื่อเพื่อนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถควบคุมการจัดเก็บความเป็นส่วนตัวนี้ผ่านการตั้งค่าบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่จัดทำไว้ให้โดยผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าว
  2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
    1. ช่องการทางได้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มาจากท่านโดยตรง ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
    การลงทะเบียนโดยการสร้างบัญชีผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
    การติดต่อกับบริษัทเพื่อขอรับข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยที่ท่านสนใจ
    การนัดหมายเพื่อเข้าชมโครงการที่อยู่อาศัย
    การให้ข้อมูลของท่านกับบริษัท เมื่อเข้ามาเยี่ยมชมโครงการที่อยู่อาศัย
    ท่านเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทาง Social Network หรือช่องทางปกติ
    การสมัครร่วมงานกับบริษัท
    การสมัครเป็นคู่ค้าของบริษัท
    2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาจากคุกกี้ (Cookies) เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้บริษัทสามารถจัดให้มีการบริการที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน เมื่อท่านใช้บริการ และ/หรือเข้าสู่แพลตฟอร์ม
    3. ข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม เช่น ตัวแทน ร้านค้า หรือบริษัทที่ให้การบริการจัดเก็บรวบรวมข้อมูล คู่ค้า พันธมิตร เป็นต้น
    4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากข้อมูลสาธารณะ (Public Records) และที่ไม่ใช่สาธารณะ (Non-Public Records) ที่บริษัทมีสิทธิเก็บรวบรวมได้ตามกฎหมาย
    5. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย
    6. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบริษัทในเครือ
  3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    วัตถุประสงค์ทั่วไปสำหรับการดำเนินธุรกิจ
    เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลภายนอก หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของท่าน โดยที่ไม่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นลดน้อยลง และ/หรือ
    เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา และ/หรือ
    เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท หรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ
    เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย ข้อบังคับและการขั้นตอนการปฎิบัติงานภายในของบริษัท ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบบัญชี และ/หรือ
    เพื่อสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างท่านกับบริษัท ซึ่งรวมถึงการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้กับท่านอย่างเหมาะสม และ/หรือ
    เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยและความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณทรัพย์สินที่บริหารจัดการของบริษัท และ/หรือ
    เพื่อดำเนินการวิจัยและวิเคราะห์ทางสถิติรวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ หรือการประเมินและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่ของบริษัท และ/หรือ
    เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ
    เพื่อช่วยท่านในการร้องขอข้อสงสัยและข้อเสนอแนะของท่าน
    วัตถุประสงค์ด้านการตลาด
    หากท่านให้ความยินยอมเราอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำการตลาดผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท, พันธมิตรและผู้ร่วมธุรกิจของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด อาทิ แจ้งให้ท่านทราบถึงกิจกรรมล่าสุดข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นของบริษัท และ/หรือ ให้บริษัททำการตลาดในการแจ้งผลิตภัณฑ์และบริการที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับท่านเป็นพิเศษ เป็นต้น
    วัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมาย
    นอกเหนือจากการรวบรวม ใช้ การเปิดเผยและการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จากความยินยอมของท่านหรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำกับท่านแล้ว บริษัทยังอาจดำเนินการดังกล่าวเพื่อการดำเนินธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมายของเรา (โดยที่ไม่ได้ลบล้างผลประโยชน์หรือสิทธิ์ของท่าน) ดังนี้
    1. เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจของบริษัท
    บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลที่สาม ที่ให้บริการแก่บริษัท รวมถึงผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลข้อมูลของบริษัท เช่น เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting), การประมวลผลข้อมูล (Data Analysis), บริการส่งข้อความ, การจัดการธุรกรรมการชำระเงิน, การตลาด,ทรัพยากรบุคคล และที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญของบริษัท
    2. ผู้จอง/ซื้อฝากขาย/เช่าโครงการของบริษัท
    หากท่านทำการจองหรือเข้าพักในสถานที่ให้บริการที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือบริษัทบริหารจัดการ บริษัทอาจจะ
    ใช้สำหรับการสื่อสารก่อนเข้าเยี่ยมชมโครงการ, สื่อสารหลังเข้สเยี่ยมชมโครงการ จอง ซื้อ ทำสัญญา  ตลอดจนการส่งแบบสำรวจความพึงพอใจ และ/หรือ
    ใช้สำหรับเชิญท่านเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิกของบริษัท หรือ การสมัครสมาชิกทางอีเมล เพื่อรับข้อมูลข่าวสารของบริษัท และ/หรือ
    ใช้เพื่อประเมินความต้องการของท่าน ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีของท่านสำหรับการจอง ซื้อ การเข้าใช้บริการของบริษัท ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
    3. ผู้สมัครงาน
    หากท่านเป็นผู้สมัครงาน บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบริษัทในเครือของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการเสนอโอกาสในการจ้างงานเพิ่มเติม
    4. นักลงทุนและ/หรือผู้ถือหุ้น
    หากท่านเป็นนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สำหรับ
    ส่งข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัท และ/หรือ
    เพื่อสร้างความสัมพันธ์สำหรับนักลงทุน และผู้ถือหุ้น และ/หรือ
    ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
  4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นในการให้บริการกับท่าน เพื่อให้ท่านติดต่อสอบถามข้อมูล และเพื่อดำเนินธุรกิจในทางที่ท่านสามารถคาดหวังได้ว่าบริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการนั้น บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งสามารถจำแนกเป็นกลุ่มได้ ดังนี้
ข้อมูลการติดต่อ (Contact Data)
ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, อีเมล, หมายเลขโทรศัพท์, โครงการที่อยู่อาศัยที่ท่านสนใจ, ช่วงงบประมาณในการซื้อโครงการ, เหตุผลในการซื้อที่อยู่อาศัย
ข้อมูลด้านเทคนิค (Technical Data)
ได้แก่ หมายเลข IP Address ของคอมพิวเตอร์, ชนิดของบราวเซอร์, การตั้งค่าเรื่องเขตเวลา (time zone), ที่ตั้ง (location), ระบบปฏิบัติการ, แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ใช้เข้าเว็บไซต์
ข้อมูลการใช้งาน (Usage Data)
ได้แก่ หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเข้าถึงก่อนที่ท่านจะเข้าสู่แพลตฟอร์ม, หน้าเว็บไซต์ที่ที่ท่านเข้าชม, จำนวนเวลาที่ท่านใช้ในการชมหน้าเว็บไซต์, สินค้าหรือข้อมูลที่ท่านค้นหาในแพลตฟอร์ม, เวลาและวันที่เข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลการกดดูเว็บไซต์
ข้อมูลการสื่อสาร
(Communication Data)
ได้แก่ อีเมล, บันทึกข้อมูลสนทนา และข้อมูลในการสื่อสาร

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา (Contract-related Data)ได้แก่ เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่, หมายเลขบัตรเครดิต, วันเดือนปีเกิด, เพศ

บริษัทได้แสดงรายละเอียดของการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ โดยจำแนกตามประเภทของกิจกรรม ดังต่อไปนี้

กิจกรรมประเภทข้อมูลวัตถุประสงค์ในการประมวลผล
1) ให้บริการกับท่าน รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการหรือบริการที่ท่านสนใจ

– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลการสื่อสาร

– เพื่อการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาให้บริการ
– เพื่อการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่ท่านสนใจ

2) เพื่อจัดการความสัมพันธ์กับท่านในฐานะลูกค้า (Customer Relations) โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย


– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลการสื่อสาร



– เพื่อการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
– เพื่อการแนะนำโครงการที่สอดคล้องกับความต้องการของท่าน และเก็บข้อมูลรวมถึงศึกษารูปแบบการใช้บริการของลูกค้าเพื่อพัฒนาบริการของบริษัท

3) เพื่อบริหารจัดการเว็บไซต์ของบริษัท พัฒนาบริการของบริษัท และเพื่อแก้ปัญหาในเชิงเทคนิคที่เกิดขึ้นในการใช้เว็บไซต์

– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลการสื่อสาร


– เพื่อการนำข้อมูลและสถิติการใช้งานเว็บไซต์ของท่านมาวางแผนธุรกิจเพื่อพัฒนาการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


4) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลในการพัฒนาเว็บไซต์ และพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในการรับบริการจากบริษัท

– ข้อมูลด้านเทคนิค
– ข้อมูลการใช้งาน


– เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า


5) เพื่อทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์


– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา

– เพื่อการจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามสัญญา



6) ติดต่อและส่งข้อมูลกับธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการด้านการสมัครขอสินเชื่อ


– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา

– บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการนำข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการปฏิบัติตามสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการสมัครขอสินเชื่อ

7) เพื่อทำการตลาดแบบตรงกับท่านในการเสนอโครงการหรือบริการอื่นที่ท่านอาจสนใจ (เฉพาะกรณีที่ท่านให้ความยินยอม)

– ข้อมูลการติดต่อ



– บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการนำข้อมูลส่วนบุคคลท่านไปทำการตลาดแบบตรงสำหรับการเสนอโครงการที่อยู่อาศัยหรือบริการที่ท่านอาจสนใจ

8) เพื่อใช้สำหรับการรับมอบอำนาจ สำหรับการติดต่อหน่วยงานราชการ เพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือ บ้าน

– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญา

– บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการนำข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการจำเป็นสำหรับการปฎิบัติตามสัญญา


9) เพื่อบริการจัดการด้านนิติบุคคลและการอยู่อาศัยและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัย

– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลการสื่อสาร

– เพื่อการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา


10) การสมัครงาน








– ข้อมูลการติดต่อ
– ข้อมูลครอบครัว
– ข้อมูลการศึกษา
– ข้อมูลประวัติการทำงาน
– ข้อมูลประวัติอาชญากรรม
– ข้อมูลประวัติสุขภาพ (ถ้ามี)
– บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการนำข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการจำเป็นสำหรับใช้ดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา






บริษัท อาจใช้ฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชอบธรรมมากกว่าหนึ่งฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรมของบริษัท ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  1. การขอความยินยอมและผลกระทบที่เป็นไปได้จากการถอนความยินยอม
    1. ในกรณีที่บริษัท เก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของท่านที่ให้ไว้กับบริษัท ได้ตลอดเวลา ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว
    2. หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้กับบริษัท หรือปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลบางอย่าง อาจส่งผลให้บริษัท ไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ได้
    3. หากท่านมีอายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ก่อนการให้ความยินยอมโปรดแจ้งรายละเอียดผู้ใช้อำนาจปกครองให้บริษัท ทราบ เพื่อให้บริษัท สามารถดำเนินการขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย
  2. ระยะเวลาจัดเก็บและสถานที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัท จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความจำเป็นที่บริษัทจะต้องจัดเก็บรวบรวมและประมวลผล ซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับในเรื่องดังกล่าว บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลังระยะเวลาที่สัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัทสิ้นผลบังคับระยะเวลาหนึ่ง และสอดคล้องตามระยะเวลาและอายุความของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะจัดเก็บไว้ในสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสมตามประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปแม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้วก็ตาม เช่น กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือพิจารณาคดีตามกฎหมาย เป็นต้น
  3. มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
    1. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบริษัท และบริษัท ได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
    2. บริษัท จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
    3. บริษัทได้กำหนดให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับและมีความปลอดภัยตามมาตรการที่บริษัทกำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  4. ข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บ
    บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ไว้โดยตรงกับบริษัท และ/หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากการให้บริการหรือการดำเนินงานของบริษัท
    ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการระบุตัวตนของบุคคลธรรมดา บุคคลธรรมดาที่ระบุตัวตนได้หมายความถึง บุคคลหนึ่งซึ่งสามารถถูกระบุตัวตนได้โดยเฉพาะเจาะจงโดยตรงหรือโดยอ้อม โดยอ้างอิงจากตัวบ่งชี้ใด ๆ เช่น
    – ชื่อ
    – อีเมล
    – ที่อยู่ / ที่อยู่สำนักงาน
    – เบอร์โทรศัพท์
    – เลขที่บัตรประชาชน
    – หมายเลขหนังสือเดินทาง
    – วันเกิด
    – สัญชาติ
    – เพศ
    – หมายเลขบัตรเครดิต
    – หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP address)
    ข้อมูลพฤติกรรมการสืบค้น หมายถึง ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องต่อบุคคลธรรมดาที่ระบุตัวตนได้ เช่น ประเภทเบราว์เซอร์ โดเมน เว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เวลาเข้าเว็บไซต์ ที่อยู่เว็บไซต์อ้างอิงข้อมูลเพื่อการสนับสนุนลูกค้า โดยจะมีการเก็บ log การใช้งานของท่านจากบนแอพพลิเคชั่นของทางบริษัท
    ข้อมูลระบบ หมายถึง ข้อมูลที่บริษัทจัดเก็บโดยอัตโนมัติเมื่อท่านล๊อคอินเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัท ไม่ว่าจะผ่านทางคุ้กกี้ เว็บบีคอน ไฟล์ล๊อคอิน สคริปท์ รวมถึง ข้อมูลทางเทคนิค เช่น ที่อยู่ไอพี ประเภทของบราวเซอร์ โดเมน ประวัติเว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เวลาการเข้าใช้งาน ที่อยู่เว็บไซต์ที่อ้างอิง ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านค้นหาหรือที่ท่านดูในขณะที่ใช้เว็บไซต์ของบริษัทรวมถึง พฤติกรรมการใช้งานแอพพลิเคชั่น
    ข้อมูลที่ตั้ง หมายถึง ข้อมูลที่ได้รับจากจีพีเอส ไวไฟ เข็มทิศ เครื่องวัดความเร่ง IP Address หรือโพสต์สาธารณะซึ่งระบุข้อมูลที่ตั้ง
    คุ้กกี้ (Cookies) หมายถึง Text Files ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของท่านที่ใช้เพื่อจัดเก็บรายละเอียดข้อมูล Log การใช้งานอินเทอร์เน็ตของท่านหรือพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน บริษัทใช้คุ้กกี้ (Cookies) ในการจัดเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านเพื่อช่วยให้เราสามารถจัดให้มีการบริการที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน เมื่อท่านใช้บริการผ่านเว็บไซต์บริษัท โดยจะใช้คุ้กกี้ (Cookies) ในกรณีดังต่อไปนี้
    เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies) ใช้คุ้กกี้ (Cookies) ประเภทนี้เพื่อช่วยให้เราจดจำอุปกรณ์หรือบราวเซอร์ของท่านเพื่อให้เราสามารถจัดทำเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจส่วนบุคคลของท่านได้รวดเร็วขึ้น และช่วยให้การบริการและแพลตฟอร์มสะดวกสบายและเป็นประโยชน์ต่อท่านมากขึ้น ในการปิดใช้งานคุ้กกี้ (Cookies) นี้ ท่านสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ของท่านโดยดูวิธีการช่วยเหลือของเบราเซอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน
    เพื่อการวิเคราะห์ (Analytic cookies) ใช้ Analytics Cookies ที่ให้บริการโดย Facebook และ Google เพื่อวิเคราะห์การเข้าใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ท่านผ่านการโฆษณาใน Social Media ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถทำได้โดยการไม่กดปุ่มยอมรับการใช้งานคุ้กกี้ (Cookies) บนหน้าเว็บไซต์เรา
    การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ
    ในการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือให้บริการของบริษัท หรือการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทในบางกรณี บริษัท มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เช่น สำเนาบัตรประชาชนที่ปรากฏ ศาสนา บนหน้าบัตรประชาชน ข้อมูลชีวภาพและข้อมูลสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งในกรณีนี้ บริษัทจะแจ้งและขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หรือแจ้งขอให้ปกปิดศาสนาบนบัตรประชาชน
  5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มบริษัทแอสไซทไวส์จำกัด (มหาชน)
    บริษัท อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับองค์กรภายในกลุ่มบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ตาม วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมหรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกองค์กรหรือหน่วยงานภายนอก
    บริษัท อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้างต้น โดยการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต ในกรณีดังต่อไปนี้
    ผู้ขายและผู้ให้บริการบุคคลที่สามของบริษัท ซึ่งมีส่วนร่วมในการให้บริการทางธุรกิจการสนับสนุนการปฏิบัติงาน และ/หรือ การบริหารกิจการของบริษัท เช่น การตรวจสอบ, กฎหมาย, ข้อมูลด้านการตลาด, รายละเอียดการชำระเงิน, และการปฎิบัติคำสั่งซื้อ, ผู้ตรวจสอบบัญชี, สรรพากร, กรมแรงงาน
    บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ที่บริษัทเข้าไปร่วมทำการตลาดและการส่งเสริมการขาย
    หน่วยงานรัฐบาล รัฐบาล หรือองค์กรอื่นตามกฎหมาย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง คำร้องขอ เพื่อการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย
    สถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศรวมถึงกองทุนทางการเงินที่บริษัท ติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือทางด้านการเงิน
  6. การโอนถ่ายและ/หรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
    ในกรณีที่บริษัท มีการโอน ถ่าย และ/หรือ ส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ บริษัท จะกำหนดมาตรฐานในการทำข้อตกลง และ/หรือ สัญญาร่วมธุรกิจกับหน่วยงาน องค์กรที่จะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย อาทิ
    กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นในการจัดเก็บ และ/หรือ โอน ถ่าย ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการจัดเก็บ
    การประมวลผลในระบบคลาวด์ (Cloud) บริษัทจะพิจารณาองค์กรที่มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยในระดับสากล และจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบการเข้ารหัส หรือวิธีการอื่น ๆ ที่ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เป็นต้น
  7. กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด
    นอกจากวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นและภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เช่น การจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นต่าง ๆ ทางไปรษณีย์ อีเมล และด้วยวิธีการอื่นใด รวมถึงการดำเนินการด้านการตลาดแบบตรง เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับจากการเป็นลูกค้าของบริษัทผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ท่านสามารถเลือกที่จะไม่รับการสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดจากบริษัทยกเว้นการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และ/หรือบริการที่บริษัทได้ให้แก่ท่าน เช่น ใบแจ้งเตือนการชำระค่างวด และใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
  8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการดำเนินการตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้
    สิทธิขอถอนความยินยอม
    หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทเว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่
    สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน
    สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
    สิทธิขอคัดค้าน
    ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี
    สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว การลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือการยกเลิกความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อกรณีการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทหรือกรณีการให้บริการอื่น ๆ เนื่องจากจะไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ จึงอาจเกิดข้อจำกัดในการให้บริการในบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และอาจทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การบริการ และข่าวสารจากบริษัทต่อไป
    สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน
    สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล
    ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
    การใช้สิทธิ
    การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นสามารถทำได้โดยกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างไรก็ตามการใช้สิทธิของท่านอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัท อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากบริษัท ปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

    ระยะเวลาดำเนินการในการใช้สิทธิประเภทต่าง ๆ
สิทธิระยะเวลาดำเนินการ
สิทธิขอถอนความยินยอม30 วัน
สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล45 วัน
สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล45 วัน
สิทธิขอคัดค้าน45 วัน
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล45 วัน
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล45 วัน
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล30 วัน
  1. การบริหารจัดการปัญหาในกรณีที่มีการรั่วไหลของข้อมูล
    บริษัท กำหนดแนวทางเพื่อจัดการปัญหาในกรณีที่เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ไว้ ดังนี้
    1. เมื่อมีการตรวจพบหรือได้รับเรื่องร้องเรียนถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ที่ตรวจพบหรือได้รับเรื่องร้องเรียนต้องรายงานกับประธานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ประสานงานกับฝ่ายที่เป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลในการค้นหาสาเหตุที่เกิดการรั่วไหลของข้อมูล พร้อมทั้งรายงานให้กับหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายระบุไว้
    2. เมื่อตรวจพบสาเหตุซึ่งเกิดจาก
    ระบบงานของบริษัท ให้ประสานงานกับฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อระงับหรือปิดระบบงานชั่วคราว เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด หรือแจ้งให้กับผู้ให้บริการภายนอกของระบบงานนั้นดำเนินการแก้ไขทันที
    บุคคลภายในบริษัท ให้ดำเนินการระงับการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลนั้นโดยทันที และดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรการของบริษัท
    ผู้ให้บริการภายนอก ให้ผู้ให้บริการภายนอกตรวจสอบสาเหตุและแจ้งกลับบริษัท ภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับจากที่บริษัท ได้แจ้งข้อมูลไป ซึ่งในระหว่างนั้นบริษัท จะระงับการส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการภายนอกรายนั้น ๆ ชั่วคราว จนกว่าจะแก้ไขปัญหาได้
    3. สำหรับข้อมูลที่รั่วไหลออกไป บริษัท จะดำเนินการจัดการกับข้อมูลนั้น ๆ โดยจำกัดความเสียหายให้ได้มากที่สุด ตามกระบวนการทางกฎหมายหรือวิธีอื่น ๆ ตามแต่กรณี
    4. บริษัท จะแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ร้องเรียนทราบเป็นระยะ ถึงความคืบหน้าของการจำกัดความเสียหาย สาเหตุ การป้องกันที่แก้ไขที่บริษัท ได้ดำเนินการไปในแต่ละขั้นตอน
  2. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Website อื่น
    นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของบริษัทและการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เท่านั้น
    หากท่านได้เข้าเว็บไซต์อื่น (แม้จะผ่านช่องทางในเว็บไซต์ของบริษัทก็ตาม) ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้น ๆ แยกต่างหากจากของบริษัท
  3. การปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้ในอนาคต ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บริษัทจะประกาศให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัท
  4. ช่องทางการติดต่อ
    หากท่านต้องการติดต่อเพื่อขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล หรือหากมีข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

    ติดต่อทางอีเมล : dpo@assetwise.co.th
    ที่อยู่ : เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Data Protection Officer (DPO)

    บมจ. แอสเซทไวส์  9 ซอยรามอินทรา 5 แยก 23 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220

    ศูนย์บริการลูกค้า (ส่วนควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) : 02-168-0000 (ทุกวัน เวลา 8:00 – 20:00 น.)

เว็บไซต์นี้ให้บริการโดยบริษัทแอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้และเครื่องมืออื่นเพื่อช่วยแยกแยะรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ของท่านจากผู้ใช้งานอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานเว็บไซต์ และช่วยให้เราสามารถพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น

นโยบายคุกกี้นี้จะอธิบายถึงความหมาย การทำงาน วัตถุประสงค์ รวมถึงการลบและการปฏิเสธการเก็บคุกกี้เพื่อความเป็นส่วนตัวของท่าน โดยการเข้าสู่เว็บไซต์นี้ถือว่าท่านได้อนุญาตให้บริษัทใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

Cookies คืออะไร

คุกกี้ คือ ไฟล์ขนาดเล็กที่เก็บไว้บนเบราว์เซอร์ของผู้ใช้บริการหรือบนฮาร์ดไดร์ฟในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือของผู้ใช้บริการ ซึ่งทำหน้าที่บันทึกข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ เช่น   บันทึกข้อมูลการตั้งค่าภาษาในเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ของผู้ใช้บริการ บันทึกสถานะการเข้าใช้งานในปัจจุบันของผู้ใช้บริการ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการชื่นชอบในรูปแบบไฟล์ โดยคุกกี้ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์ของคุณ และเนื้อหาในคุกกี้จะถูกเรียกออกมาดูหรืออ่านได้โดยเว็บไซต์ที่สร้าง

คุกกี้ดังกล่าวเท่านั้น คุณสามารถยอมรับหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้ได้โดยการปรับการตั้งค่าในเบราว์เซอร์ของคุณ หากคุณต้องการทำเช่นนี้ โปรดดูที่เมนูช่วยเหลือของเบราว์เซอร์ของคุณ 

ข้อมูลที่เราได้รับผ่านคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน ในที่นี้ยังอาจรวมถึง IP address ของคุณ รหัสโฆษณาบนมือถือ, คุณลักษณะของเบราว์เซอร์, คุณลักษณะอุปกรณ์, รหัสอุปกรณ์เฉพาะ, ระบบปฏิบัติการ, การตั้งค่าภาษา, การอ้างอิง URL, บันทึกพฤติกรรมบนเว็บไซต์ของคุณ อย่างเช่นเนื้อหาที่ผู้ใช้บริการเข้าชมหรือสนใจขณะที่ทำการเยี่ยมชมเว็บไซต์นั้น ๆ รวมถึงวันที่และเวลาที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงหรือใช้งานเว็บไซต์ ในการเชื่อมต่อแอพบนมือถือและแท็บเล็ตเราอาจใช้วิธีการอัตโนมัติที่คล้ายกันด้วย

บริษัทใช้ Cookies อย่างไร

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชม website จากผู้เข้าเยี่ยมชมทุกรายผ่าน Cookies หรือ เทคโนโลยีที่ใกล้เคียง และบริษัทจะใช้ Cookies เพื่อประโยชน์ ในการพัฒนาประสิทธิภาพในการเข้าถึงบริการของบริษัทผ่าน internet รวมถึงพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานบริการของบริษัททาง internet ให้สามารถสร้างประสบการณ์ และความพึงพอใจให้ท่าน โดยจะใช้เพื่อกรณี ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถ sign in บัญชีของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลใน website ของบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง
  2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้งาน website ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปพัฒนาให้บริการดิจิทัลของบริษัทสามารถใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเภทของ Cookies ที่บริษัทใช้

บริษัทใช้ Cookies ดังต่อไปนี้ สำหรับ website ของบริษัท

  1. Required Cookies – ที่ต้องใช้เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นหลักของเว็บไซต์ คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ประสบการณ์การใช้เว็บไซต์ของท่านเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การจดจำการเข้าสู่ระบบ, การจดจำข้อมูลที่ท่านให้ไว้บนเว็บไซต์
  2. Functionality cookies – คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies)คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำตัวท่านเมื่อท่านกลับมาใช้งานเว็บไซต์อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถปรับแต่งเนื้อหาสำหรับท่าน ปรับให้เว็บไซต์ของบริษัทตอบสนองความต้องการใช้งานของท่าน รวมถึงจดจำการตั้งค่าของท่าน อาทิ ภาษา หรือภูมิภาค หรือขนาดของตัวอักษรที่ท่านเลือกใช้ในการใช้งานในเว็บไซต์
  3. Advertising – cookies ที่ใช้ในการจดจำสิ่งที่ลูกค้าเคยเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ หรือ สื่อโฆษณาที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน คุกกี้ประเภทนี้จะถูกบันทึกบนอุปกรณ์ของท่านเพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและลิงก์ที่ท่านได้เยี่ยมชมและติดตาม นอกจากนี้คุกกี้จากบุคคลที่สามอาจใช้ข้อมูลที่มีการส่งต่อข่าวสารในสื่อออนไลน์และเนื้อหาที่จัดเก็บจากการให้บริการ เพื่อเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานโดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับแต่งเว็บไซต์ แคมเปญโฆษณาให้เหมาะสมกับความสนใจของท่าน
  4. คุกกี้ประเภทการวิเคราะห์ และวัดผลการทำงาน คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้บริษัทสามารถวัดผลการทำงาน เช่น การประมวลจำนวนหน้าที่ท่านเข้าใช้งานจำนวนลักษณะเฉพาะของกลุ่มผู้ใช้งานนั้น ๆ โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้ใช้งาน

ระยะเวลาที่คุกกี้จะถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณ

มีคุกกี้ 2 ประเภทที่ถูกจัดเก็บไว้

  1. คุกกี้แบบช่วงเวลา (Session Cookies) จะถูกลบโดยอัตโนมัติเมื่อคุณปิดเบราว์เซอร์
  2. คุกกี้ถาวร (Persistent Cookies) จะยังคงอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการจนกระทั่งหมดอายุหรือถูกลบทิ้ง Persistent cookies สามารถเก็บข้อมูลความสนใจของผู้ใช้บริการทำให้การเข้าใช้เว็บไซต์ครั้งต่อๆ ไปของผู้ใช้บริการง่ายและใกล้เคียงกับความสนใจของผู้ใช้บริการมากขึ้น

การจัดการ Cookies

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถตั้งค่ามิให้ browser ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตกลงรับ Cookies ของบริษัทได้ โดยมีขั้นตอนตามที่ผู้ผลิต Web Browser เช่น Internet Explorer, Microsoft Edge, Firefox, Safari, หรือ Web Browser อื่น ที่กำหนด

ท่านสามารถลบและปฏิเสธการเก็บคุกกี้ได้โดยศึกษาตามวิธีการที่ระบุในแต่ละ Web Browser ที่ท่านใช้งานอยู่ตามลิงก์ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุกกี้

นโยบายคุกกี้นี้อาจมีการปรับปรุงแก้ไขตามโอกาสเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ดังนั้น บริษัทขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามข้อกำหนดดังกล่าว

ช่องทางการติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ติดต่อทางอีเมล์ : dpo@assetwise.co.th

ที่อยู่ : เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Data Protection Officer (DPO)

บมจ. แอสเซทไวส์  9 ซอยรามอินทรา 5 แยก 23 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220

ศูนย์บริการลูกค้า (ส่วนควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) : 02-168-0000 (ทุกวัน เวลา 8:00 – 20:00 น.)

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับกล้องวงจรปิด CCTV POLICY

บริษัทแอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ติดตั้งและใช้กล้องวงจรปิดภายในและโดยรอบสถานที่ในการบันทึกภาพเพื่อการรักษาความปลอดภัยของสถานที่ สินทรัพย์ พนักงาน และผู้มาติดต่อ โดยบริษัทขอชี้แจงเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้เก็บรวบรวมโดยใช้กล้องวงจรปิด ดังนี้

  1. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิด
    กล้องวงจรปิดจะบันทึกภาพของบุคคลทุกคน รวมทั้งทรัพย์สิน เช่น ยานพาหนะ ซึ่งเข้ามาในพื้นที่ภายใต้การควบคุมดูแลทั้งภายในและโดยรอบสถานที่ของบริษัท และอาจเก็บรวบรวมภาพถ่ายหรือภาพวีดีโอ รวมถึงเสียงของท่านไว้
  2. บริษัทเก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใดบ้าง
    บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
    1. การคุ้มครองชีวิตร่างกายสุขภาพความปลอดภัยส่วนบุคคลและทรัพย์สินต่างๆ
      (1) การคุ้มครองและป้องกันสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และสินทรัพย์ จากความเสียหาย การถูกรบกวน การถูกทำลาย และอาชญากรรมอื่น ๆ
      (2) การสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม และการดำเนินการเพื่อการยับยั้งอาชญากรรม
      (3) การช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางวินัยหรือการร้องทุกข์
      (4) การช่วยเหลือในการสอบสวนหรือกระบวนการที่เกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส
      (5) การทำงานของพนักงาน
    2. บริษัทอาจเก็บรวบรวมเปิดเผยหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลองท่านโดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้
      (1) ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต โดยการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นการจำเป็น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
      (2) ฐานประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย โดยการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ของเรา เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุข้างต้น
      (3) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย โดยบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง กฎหมายว่าด้วยความ ปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน ซึ่งการใช้กล้องวงจรปิดเป็นมาตรการที่สำคัญที่ช่วยให้ปฏิบัติตามภาระผูกพันเหล่านี้ได้
  3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    1. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สาม(รวมถึงบริษัทในเครือและผู้ให้บริการ) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้น
    2. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม
  4. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
    1. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม
    2. บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อการจัดการข้อพิพาทหรือกระบวนการทางกฎหมายซึ่งอาจเกิดขึ้น
    3. หากหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจทำลาย ลบ นำออกจากระบบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้
  5. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกล้องวงจรปิด
    เราอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว โดยคุณสามารถทราบข้อกำหนดและ เงื่อนไขนโยบายที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผ่านทางเว็บไซต์ของเรานโยบายนี้แก้ไขล่าสุดและมี ผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564
  6. ช่องทางการติดต่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
    ติดต่อทางอีเมล์ : dpo@assetwise.co.th
    ที่อยู่ : เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Data Protection Officer (DPO)
    บมจ. แอสเซทไวส์  9 ซอยรามอินทรา 5 แยก 23 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
    ศูนย์บริการลูกค้า (ส่วนควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) : 02-168-0000 (ทุกวัน เวลา 8:00 – 20:00 น.)

นโยบายความเป็นส่วนตัวลูกค้า 

(Customer Privacy Policy)

บริษัทแอสเซทไวส์จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) และบริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่ม ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดว่าเรื่องความเป็นส่วนตัว และเคารพสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลใดในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อบริษัท ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ติดต่อเข้ามายังบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ และ/หรือตกลงเข้าทำธุรกรรมซื้อขาย รวมถึงใช้บริการอื่นของบริษัท (“ลูกค้า”) เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ ปฏิบัติสิทธิและหน้าที่ของบริษัท โดยเฉพาะเพื่อให้บริการกับลูกค้า บริษัทตระหนักในความไว้วางใจของลูกค้า ดังนั้น บริษัทจะดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วยความระมัดระวังและอย่างสมเหตุสมผล โดยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นโยบายความเป็นส่วนตัว

ดังนั้น บริษัทในฐานะผู้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงนโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่ออธิบายถึงการเก็บรวบรวม ใช้ วิเคราะห์และประมวลผล รวมถึงเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และสิทธิของลูกค้าในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น บริษัทจึงได้จัดทำและมีจุดประสงค์แจ้งนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น (“นโยบาย”) โดยบริษัทยืนยันว่า จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะนโยบายฉบับนี้ ในการประมวลผลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้เฉพาะ สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการโดยบริษัทในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การให้บริการและการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาซื้อขายและสัญญาการให้บริการอื่นที่บริษัทดำเนินการกับลูกค้าโดยตรงเท่านั้น โดยจะไม่มีผลบังคับใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทหรือบุคคลภายนอกอื่น แม้จะมีการให้บริการต่อเนื่องเชื่อมโยงมาจากบริการของบริษัทก็ตาม เนื่องด้วยบริษัทไม่มีอำนาจควบคุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว และบริษัทแนะนำให้ลูกค้าศึกษานโยบายการประมวลผลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกดังกล่าวแยกต่างหาก

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัทขอสงวนสิทธิในการแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเปลี่ยนแปลง และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีการประกาศใช้เป็นการทั่วไป โดยการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะมีผลทันทีเมื่อบริษัทเผยแพร่นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แก้ไขดังกล่าวลงในเว็บไซต์ของบริษัท และ/หรือผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่นที่บริษัทอาจมีกับลูกค้า

นิยามคำศัพท์ที่สำคัญ

  1. ข้อมูลส่วนบุคคล (ทั่วไป) หมายถึง ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของบุคคลธรรมดาคนหนึ่งนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม 
  2. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทมีการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งภายใต้นโยบายฉบับนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงลูกค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง (เช่น บุคคลอ้างอิง คู่สมรส หรือผู้กู้ร่วม) และตัวแทนผู้มีอำนาจลงนาม หรือบุคคลเกี่ยวข้องอื่นของลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล (เช่น กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้รับมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น)

ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย กรณีที่ลูกค้านำส่งข้อมูลของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของลูกค้าให้แก่ บริษัท เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ทางบริษัทจะถือว่า ลูกค้าได้ให้การรับประกันการสิทธิในการส่งต่อเปิดเผยข้อมูลของบุคคลภายนอกทั้งหมดให้แก่ บริษัทเพื่อการประมวลผลข้อมูลภายใต้นโยบายฉบับนี้แล้ว

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากหลายแหล่งที่มา โดยแบ่งเป็น 3 แหล่งที่มาหลัก ได้แก่ 

  1. การได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกค้าโดยตรง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ (ก) การติดต่อสอบถามผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่บริษัทอาจมีสำหรับการติดต่อกับลูกค้า ได้แก่ โทรศัพท์ Social Media Website (ทั้งของบริษัทเองและของพันธมิตร) เพื่อขอรับข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยที่ลูกค้าอาจสนใจหรือการติดต่อสอบถามร้องเรียนอื่นใด (ข) การลงทะเบียนโดยการสร้างบัญชีผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน (ได้แก่ไต่ไม่จำกัดเพียง AssetWise Application และ Asset FIN Plus) (ค) การนัดหมายเพื่อเข้าชมโครงการที่อยู่อาศัย รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมพื้นที่จริงที่ Sales Gallery (ง) การกรอกแบบสอบถามความสนใจต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline (จ) การที่ลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ (ฉ) การที่ลูกค้ากรอก นำส่งข้อมูล รวมถึงเอกสารอื่นเพื่อประกอบการทำเอกสารจะซื้อจะขาย ได้แก่ ใบจอง แบบฟอร์มการขอสินเชื่อ สัญญาจะซื้อจะขาย เอกสารแบบฟอร์มอื่นใด
  2. การได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบปฏิบัติการของบริษัท ซึ่งระบบของบริษัทจะจัดเก็บโดยอัตโนมัติเมื่อลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์หรือติดต่อผ่านช่องทาง Online ของบริษัท 
  3. การได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง เช่น ตัวแทนการขาย ผู้ให้บริการภายนอกที่บริษัทอาจว่าจ้างให้จัดเก็บรวบรวมข้อมูล พันธมิตร สถาบันการเงินที่ลูกค้าอาจสมัครขอสินเชื่อ และบุคคลอื่น รวมถึงฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแลอื่น และบริษัทในเครือ ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงแหล่งที่มาของข้อมูล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (รวมถึงโดยเฉพาะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ได้รับการนิยามไว้) เท่าที่จำเป็นในการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าติดต่อสอบถามข้อมูล และเพื่อดำเนินธุรกิจในทางที่ลูกค้าสามารถคาดหวังได้ว่าบริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อการนั้น ทั้งนี้ เพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ ของลูกค้า ซึ่งสามารถจำแนกเป็นกลุ่มได้ ดังนี้

ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลการติดต่อได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, อีเมล, หมายเลขโทรศัพท์ รวมถึงข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และรวมถึงสำเนาของเอกสารแสดงตนดังกล่าว รวมถึงข้อมูลวันเดือนปีเกิด เพศ สัญชาติ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของท่าน เช่น สถานภาพการสมรส ตำแหน่งงาน ประเภทธุรกิจ ระดับรายได้
ข้อมูลความสนใจในโครงการที่อยู่อาศัยได้แก่ ข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยที่ลูกค้าสนใจ, ช่วงงบประมาณในการซื้อโครงการ, เหตุผลในการซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงข้อมูลอื่นที่ลูกค้าอาจให้แก่ บริษัทในแบบสอบถามการเข้าเยี่ยมชมโครงการ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์
ข้อมูลด้านเทคนิค (Technical Data)ได้แก่ หมายเลข IP Address ของคอมพิวเตอร์, ชนิดของบราวเซอร์, การตั้งค่าเรื่องเขตเวลา (time zone), ที่ตั้ง (location), ระบบปฏิบัติการ, แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ใช้เข้าเว็บไซต์
ข้อมูลการใช้งาน (Usage Data)ได้แก่ หน้าเว็บไซต์ที่ลูกค้าเข้าถึงก่อนที่ลูกค้าจะเข้าสู่แพลตฟอร์ม, หน้าเว็บไซต์ที่ที่ลูกค้าเข้าชม, จำนวนเวลาที่ลูกค้าใช้ในการชมหน้าเว็บไซต์, สินค้าหรือข้อมูลที่ลูกค้าค้นหาในแพลตฟอร์ม, เวลาและวันที่เข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลการกดดูเว็บไซต์
ข้อมูลการสื่อสารได้แก่ อีเมล, บันทึกข้อมูลสนทนา และข้อมูลในการสื่อสาร ผ่านหลากหลายช่องทางการให้บริการของบริษัท เช่น โทรศัพท์ อีเมล เว็บไซต์ และช่องทาง Social Media อื่น ไม่ว่าในขั้นตอนใด รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการติดต่อสอบถามก่อนการจอง การติดต่อประสานงานเพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ จนถึงการติดต่อประสาน งานแจ้งซ่อมชำรุดบกพร่อง
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำสัญญาได้แก่ เลขประจำตัวประชาชน, ที่อยู่, หมายเลขบัตรเครดิต, วันเดือนปีเกิด, เพศ รวมถึงข้อมูลอื่นที่จำเป็นสำหรับการจัดทำและประกอบเอกสารทำใบจอง สัญญาจะซื้อจะขาย จนถึงการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาและบริหารจัดการการขอสินเชื่อได้แก่ ข้อมูลสำหรับการลงทะเบียนเปิดบัญชีผู้ใช้งานของ Asset FIN Plus และข้อมูลผลการประเมินสินเชื่อลแกรบริหารจัดการสินเชื่อดังกล่าว รวมถึงข้อมูลการชำระเงินและการใช้สินเชื่อต่าง ๆ
ข้อมูลการชำระราคาซื้อขายโครงการได้แก่ หลักฐานการชำระราคาซื้อขายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าบริการในการโอนสิทธิต่าง ๆ หรืออาจรวมถึงค่าบริการสนับสนุนอื่น ๆ ถ้ามี) ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเช็ค หลักฐานการทำสัญญาสินเชื่อ หรือหลักฐานการชำระเงินด้วยบัญชีธนาคารหรือ Automatic Credit Card Payment หรือข้อมูลบัตรเครดิต
ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นได้แก่แต่ไม่จำกัดเพียง
1. ข้อมูลภาพถ่ายใบหน้าของลูกค้าหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บผ่านระบบกล้อง CCTV บริเวณพื้นที่โครงการ 
2. ข้อมูลอื่นที่ลูกค้าอาจให้แก่ บริษัทเพื่อการเข้าร่วมกิจกรรมชิงรางวัลหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่น 
ข้อมูลของลูกค้าที่แนะนำลูกค้าอื่นมาให้แก่บริษัท ทั้งนี้กรณีที่ลูกค้าเป็นผู้ให้ข้อมูลของบุคคลอื่นแก่บริษัท ในลักษณะการแนะนำ บริษัทจะถือว่า ลูกค้าให้การรับประกันสิทธิในการส่งต่อเปิดเผยข้อมูลของผู้ถูกแนะนำให้แก่ บริษัท เพื่อการติดต่อประสานงานต่อเนื่อง
3. ข้อมูลอื่นใดที่ลูกค้า หรือเจ้าของงข้อมูลส่วนบุคคลอาจให้แก่บริษัทในแบบฟอร์มอื่นใด เช่นแบบฟอร์มการแจ้งซ่อม

วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ด้วยวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย โดยที่ไม่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับผลกระทบเกินสมควร ทั้งนี้บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ระบุไว้ เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิตามสัญญา ที่บริษัทอาจมีกับลูกค้า ภายใต้สัญญาต่างตอบแทน และสัญญาจะซื้อจะขายอสังหา ริมทรัพย์ที่จะมีการลงนามระหว่างกัน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง 
    1. การให้บริการติดต่อกลับไปยังลูกค้าที่แสดงความสนใจในการขอข้อมูลโครงการที่อยู่อาศัยที่ลูกค้าอาจสนใจ 
    2. การพิจารณาคุณสมบัติและความสนใจของลูกค้าก่อนการนำเสนอโครงการที่เหมาะสมให้แก่ลูกค้า 
    3. การให้บริการประสานงานการขอสินเชื่อผ่าน Asset FIN Plus ระหว่างลูกค้าและสถาบันการเงินที่ลูกค้าแสดงเจตนาขอสินเชื่อ และแจ้งให้บริษัททราบ 
    4. การจัดทำเอกสารสัญญา (ใบจอง เอกสารสัญญาจะซื้อจะขายและเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวเนื่อง) และการปฏิบัติสิทธิและหน้าที่ที่บริษัทอาจมีต่อลูกค้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโอน การจัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย การซ่อมบำรุงก่อนการส่งมอบอสังหาริมทรัพย์ การโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงการให้บริการซ่อมบำรุงภายหลังการ ส่งมอบโอนกรรมสิทธิ์ 
    5. การปฏิบัติตามสัญญาอื่นที่ลูกค้าและบริษัทเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของลูกค้า
  2. เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายตามที่บริษัทอาจต้องปฏิบัติตาม ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง หน้าที่ภายใต้กฎหมายการจัดทำเอกสารบัญชีและภาษี การจัดทำเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ตามแบบฟอร์มที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนด รวม ถึงหน้าที่ตามกฎหมายอื่นใด
  3. เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลอื่น โดยไม่กระทบสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของข้อมูลมากเกินสมควร ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
    1. การสร้างและปรับปรุงความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่บริษัทมีกับลูกค้า ซึ่งอาจรวมถึงการวิเคราะห์ สอบสวน จัดการและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท การสอบถามความพึงพอใจในการให้บริการ การจัดทำรายงานการติดตามตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการให้บริการของบริษัทให้แก่ลูกค้า การวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยงภาพรวมขององค์กร ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็น และอาจเก็บข้อมูลในลักษณะของสถิติที่ไม่สามารถระบุตัวตนของลูกค้าต่อเนื่อง
    2. การวิเคราะห์ความสนใจของลูกค้า เพื่อการปรับปรุงออกแบบโครงการหรือรูปแบบการให้บริการต่าง ๆ ของบริษัท ให้สามารถตอบสนองความต้องการและความสนใจของลูกค้าแต่ละท่าน และลูกค้าในภาพรวมของบริษัท รวมถึงการนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานระบบออนไลน์และเว็บไซต์ของบริษัท
    3. การปกป้องและต่อสู้สิทธิการเรียกร้องใดที่บริษัทอาจมีกับลูกค้า ซึ่งเพื่อการดำเนินการวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัทสงวนสิทธิ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นระยะเวลาที่จำเป็นตลอดระยะอายุความที่เกี่ยวข้องตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บและใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของพื้นที่ ซึ่งอยู่ในความรับผิด ชอบดูแล และคุ้มครองของบริษัท
    4. การใช้ข้อมูลภาพถ่ายและข้อมูลการประชาสัมพันธ์อื่นของเจ้าของข้อมูลที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัท 
    5. การวิเคราะห์ข้อมูลความสนใจและการใช้บริการของลูกค้า เพื่อการวางแผนการตลาด โดยเฉพาะการทำการตลาดประชาสัมพันธ์ไปยังบุคคลอื่นที่อาจมีลักษณะใกล้เคียงกับท่านได้มากขึ้น ทั้งนี้ไม่รวมถึง การทำการตลาดโดยตรงไปยังลูกค้า
  4. กรณีที่ท่านให้ความยินยอม บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อจุดประสงค์เฉพาะที่ลูกค้าให้ความยินยอมเฉพาะ เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อการติดต่อประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดโดยตรงสำหรับโครงการอื่น ๆ ของบริษัท เป็นต้น ทั้งนี้ ลูกค้ามีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของลูกค้าที่ให้ไว้กับบริษัท ได้ตลอดเวลา ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไปแล้ว

ระยะเวลาจัดเก็บและสถานที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด ตราบเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความจำเป็นที่บริษัทจะต้องจัดเก็บรวบรวมและประมวลผล ซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับในเรื่องดังกล่าว ตลอดระยะเวลาสัญญาที่เกี่ยวข้อง และบริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้หลังระยะเวลาที่สัญญาที่ลูกค้าได้ทำไว้กับบริษัทสิ้นผลบังคับระยะเวลาหนึ่ง โดยสอดคล้องตามระยะเวลาและอายุความของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะจัดเก็บไว้ในสถานที่จัดเก็บที่เหมาะสมตามประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปแม้จะพ้นกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้วก็ตาม เช่น กรณีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีหรือพิจารณาคดีตามกฎหมาย เป็นต้น

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

โดยหลักการแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจะไม่ได้รับการเปิดเผยให้แก่บุคคลภายนอก แต่บริษัทอาจมีความจำเป็น ต้องเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

  1. เปิดเผยให้แก่ผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท ซึ่งอาจรวมถึง (i) บริษัทในเครือ บริษัทพันธมิตร ผู้ให้บริการภายนอกที่ให้บริการสนับสนุนแก่บริษัท ในการให้บริการหรือการปฏิบัติหน้าที่และใช้สิทธิที่บริษัทอาจมีต่อลูกค้า เช่น บริษัทในเครือที่เป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลูกค้าให้ความสนใจ ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการสนับสนุนการขายและการจัดทำสัญญาหรือการโอนกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้บริการรับเหมาซึ่งจะให้บริการซ่อมแซมในกรณีการรับประกันความชำรุดบก พร่อง (ii) ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ให้บริการที่ปรึกษาต่าง ๆ แก่บริษัท ธนาคารที่ให้สินเชื่อแก่บริษัทในการพัฒนาโครงการ ซึ่งบริษัทอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในลักษณะของหลักฐานการจัดทำสัญญาให้แก่สถาบันการเงินดังกล่าว เพื่อการแจ้งความคืบหน้าภายใต้สัญญาสินเชื่อการพัฒนาโครงการ เป็นต้น (iii) ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ให้บริการการปกป้องต่อสู้สิทธิแก่บริษัท หรือให้แก่บุคคลผู้เรียกร้องสิทธิดังกล่าว ในกรณีเพื่อความจำเป็นในการปกป้อง และต่อสู้สิทธิใด ๆ ของบริษัท หรือเพื่อการป้องกันและตรวจสอบลักษณะการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของลูกค้า
    ทั้งนี้ สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวทั้งหมด บริษัทรับประกันจะส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลดังกล่าว เฉพาะตามขอบวัตถุประสงค์ที่ระบุบนพื้นฐานเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการรับประกันความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลที่มีการเปิดเผยและส่งต่อดังกล่าว ภายใต้กรอบข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับการจัดทำขึ้น
  2. หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย หรืออยู่ภายใต้บังคับคำพิพากษา หรือคำสั่งของหน่วยงานราช การ ต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่หน่วยงานดังกล่าว โดยบริษัทจะเปิดเผยส่งต่อข้อมูลเฉพาะเพียงเท่าที่จำเป็นตามหน้าที่ดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจุดประสงค์ในการโอนกรรมสิทธิ์ และ
  3. หน่วยงานอื่น ซึ่งลูกค้าให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทสามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลดังกล่าวได้ เช่น ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ลูกค้าต้องการขอสินเชื่อเพื่อการซื้อโครงการของบริษัท เป็นต้น

ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัท มีการโอน ถ่าย และ/หรือ ส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัท จะกำหนดมาตรฐานในการทำข้อตกลง และ/หรือ สัญญาร่วมธุรกิจกับหน่วยงาน องค์กรที่จะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นที่ยอมรับ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะได้รับการคุ้มครองอย่างปลอดภัย

มาตรการความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบริษัท และบริษัท ได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้ม ครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การเข้าถึงการใช้หรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ การใช้งานในทางที่ผิด การดัดแปลงเปลี่ยนแปลง และการทำลายโดยใช้เทคโนโลยีและขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสและการจำกัดการเข้าถึง เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และบุคคลเหล่านี้ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความ สำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

นอกจากนี้ บริษัท จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็น หรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และบริษัทได้กำหนด ให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้เป็นความลับและมีความปลอด ภัยตามมาตรการที่บริษัทกำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

ทั้งนี้ เมื่อมีการตรวจพบหรือได้รับเรื่องร้องเรียนถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะรีบดำเนินการเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงต้องรายงานให้กับหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง และเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ ตามที่กฎหมายระบุไว้

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องมีสิทธิในการดำเนินการตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้ (1) สิทธิขอถอนความยินยอม (2) สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (3) สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูลที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ โดยโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค (4) สิทธิขอคัดค้าน หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ หากลูกค้ายื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี (5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเชื่อว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อลูกค้าได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อกรณีการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัทหรือกรณีการให้บริการอื่น ๆ เนื่องจากจะไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ จึงอาจเกิดข้อจำกัดในการให้บริการในบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และอาจทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การบริการ และข่าวสารจากบริษัทต่อไป (6) สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้บริษัทระงับการใช้แทน (7) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวข้างต้นสามารถทำได้โดยกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัท อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากบริษัท ปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย

ช่องทางการติดต่อ

หากลูกค้า และ/หรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องการติดต่อเพื่อขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล หรือหากมีข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียนใด ๆ ลูกค้าสามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

ติดต่อทางอีเมล : dpo@assetwise.co.th

ที่อยู่ : เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล Data Protection Officer (DPO)
บมจ. แอสเซทไวส์  9 ซอยรามอินทรา 5 แยก 23 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220

ศูนย์บริการลูกค้า (ส่วนควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล) : 02-168-0000 (ทุกวัน เวลา 8:00 – 20:00 น.)